|
จ.น่าน - ภาคีโครงการ ๙ ล้านกล้า ๘๐ พรรษามหามงคล นำโดย ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี
ประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในฐานะประธานโครงการฯ ดร.ดามพ์
สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เทสโก้ โลตัส
และคณะเข้าเยี่ยมและปลูกกล้าไม้ร่วมกับมวลชนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสำคัญ 3
แห่งในจังหวัดน่าน นำร่องเป้าหมายโครงการปีที่ 2 ที่จะปลูกป่า 3.7 ล้านต้น
ด้วยงบประมาณรวม 50 ล้านบาท
ดร.ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เทสโก้
โลตัส กล่าวว่า "โครงการ ๙ ล้านกล้า ๘๐ พรรษามหามงคล
เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่บริษัทฯ
ปฏิบัติอยู่เป็นประจำแล้วในการมุ่งพัฒนาชุมชนไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ซึ่งบริษัทฯ ใคร่ขอขอบพระคุณในความอนุเคราะห์ของภาคีในโครงการฯ อันได้แก่
กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
ซึ่งล้วนเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้โครงการฯ สามารถดำเนินมาได้อย่างราบรื่น
และสามารถบรรลุประสิทธิผลในทุกขั้นตอนจนถึงนี้"
 |

|
"ทั้งนี้
การที่โครงการฯมาเริ่มดำเนินงานส่วนที่ 2 ที่น่านเป็นพื้นที่แรกนั้น
เพราะน่านเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำน่านซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก
เพราะน้ำจากแม่น้ำน่านจะไหลมารวมกับแม่ปิง วัง ยม กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา
ซึ่งน้ำจากแม่น้ำน่านคิดเป็นร้อยละ 40 ของน้ำทั้งหมดในแม่น้ำเจ้าพระยา
และน้ำที่ไหลสู่เขื่อนสิริกิต์ทั้งหมดมาจากแม่น้ำน่านเช่นกัน
ซึ่งเขื่อนสิริกิต์แหล่งกักเก็บน้ำที่สำคัญสำหรับการเกษตรและการดำรงชีวิตของประชาชนในเขตภาคเหนือตอนล่าง
แม้จะไม่มีตัวเลขประมาณการที่แน่นอน
แต่คาดว่าในแต่ละปีมีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10-20
ซึ่งหากไม่มีการแก้ไขปัญหานี้อาจนำไปสู่ปัญหาวิกฤตเรื่องน้ำต่อไป
ดร.ดามพ์กล่าวเพิ่มเติม

ตลอดการเดินทาง 3 วันระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายนผ่านมาที่คณะโครงการ ๙
ล้านกล้า ๘๐ พรรษามหามงคลได้เดินทางไปปลูกกล้าไม้พร้อมเยี่ยมชม 3
อุทยานของจังหวัดน่านได้แก่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
และอุทยานแห่งชาติแม่จริม
ซึ่งนอกจากจะเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามด้วยภูมิทัศน์ทิวเขาทอดยาวมีลำน้ำน่านไหลผ่าน
ยังเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่เต็มไปด้วยพรรณไม้หายาก
เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและเพาะพันธุ์สัตว์ป่า
ซึ่งในสถานที่แต่ละแห่งนั้นคณะโครงการฯ ได้ร่วมปลูกกล้าไม้กับประชาชน
เยาวชนนักเรียน ตลอดจนชาวไทยภูเขาที่รวมตัวกันอย่างเนืองแน่น
ซึ่งมวลชนเหล่านี้นับเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยพลิกฟื้น
บำรุงและดูแลรักษาผืนป่าในท้องถิ่นของตน
ซึ่งตรงกับวัตถุเป้าหมายของโครงการฯในการกระตุ้นจิตสำนึกของประชาชนคนไทยที่มีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
และโครงการ ๙ ล้านกล้า ๘๐ พรรษามหามงคลนับเป็นโครงการแรก ๆ
ที่รณรงค์ในเรื่องนี้อย่างจริงจังกว้างขวาง และครบวงจร
นอกเหนือจากนั้นคณะโครงการฯ
ได้ติดตามการเตรียมความพร้อมโครงการปีที่ 2
ที่จะปลูกกล้าไม้พื้นถิ่นสำคัญของภาคเหนือในพื้นที่ 18,500
ไร่ในอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นๆ เช่น อุทยานแห่งชาติศรีล้านนา จ.เชียงใหม่
อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก อุทยานแห่งชาติดอยหลวง จ.เชียงราย
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ห่ม จ.ลำปาง อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง
และอุทยานแห่งชาติภูซาง จ.พะเยา เป็นต้น ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญคือ
แม่น้ำปิง วัง และน่าน โดยจุดประสงค์ในการปลูกป่าในแต่ละพื้นที่นั้น
โครงการฯให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกต่อสภาพความเป็นธรรมชาติ
และลักษณะเฉพาะของแต่ละอุทยานตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า
และวิถีชีวิตของชุมชนในท้องถิ่น
โดยกล้าไม้ที่ปลูกจะเป็นพันธ์ไม้หายากควรค่าแก่การอนุรักษ์
และยังพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและชาวบ้านในท้องถิ่นสามารถนำมาบริโภคใช้สอยได้
เพื่อพวกเขารู้สึกว่าป่าไม้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและหวงแหนในผืนป่าและช่วยกันอนุรักษ์ให้ลูกหลานต่อไป
ทั้งนี้ โครงการ ๙ ล้านกล้า ๘๐ พรรษามหามงคล มีเป้าหมายที่จะปลูกป่าจำนวน 9
ล้านต้นภายในระยะเวลา 5 ปี พร้อมด้วยการดูแลต่อเนื่องหลังจากการปลูกอีกสองปี
โดยจะกระจายการปลูกในพื้นที่อุทยานสำคัญทั่วประเทศ รวม 45,000 ไร่
คือพื้นที่ในผืนป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ จำนวน 1.4 ล้านต้น หรือคิดเป็น 4,020
ไร่ พื้นที่ผืนป่าลุ่มน้ำน่าน ปิง / วัง และภาคเหนือ จำนวน
5.5 ล้านต้น หรือคิดเป็นพื้นที่ 27,500 ไร่
และพื้นที่ผืนป่าภาคตะวันตก จำนวน 2.1 ล้านต้นหรือคิดเป็นพื้นที่ 6,500 ไร่
ซึ่งเมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จจะสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสารเรือนกระจกอื่นๆ
ในชั้นบรรยากาศลงได้ประมาณ 225,000 ตันต่อปี หรือประมาณ 9
ล้านตันภายในช่วงระยะเวลา 40 ปี
|