เกี่ยวกับเรา

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน

ข้อมูลแก้ไขล่าสุด 11 เมษายน 2019

จุดยืนของเรา

เราเชื่อว่าการดำเนินธุรกิจของเราต้องนำมาซึ่งประโยชน์ให้กับภาคส่วนต่างๆ รวมไปถึงการสร้างอาชีพและโอกาสให้กับผู้คนและชุมชนทั่วโลก งานที่เราสร้างขึ้นจะต้องเป็นงานที่ดี ดังนั้นจำเป็นต้องยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานที่ชัดเจน ซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องของชั่วโมงการทำงาน ชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ไม่มีการจ้างแรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ มีเสรีภาพในการเข้าร่วมสมาคม และเราต้องมั่นใจว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติ กลุ่มเทสโก้มีความรับผิดชอบและสามารถสร้างความแตกต่างต่อเพื่อนพนักงาน ลูกค้าและชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ รวมไปถึงบุคคลอื่นๆ ที่ทำงานในเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานของเรา

เราตระหนักว่าการละเมิดสิทธิ์ของแรงงานในห่วงโซ่อุปทานในระดับสากลนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในระบบของการทำธุรกิจ การบริหารจัดการเรื่องนี้ต้องใช้ความเข้าใจในต้นตอของปัญหาและอาศัยความร่วมมือจากคู่ค้า บริษัทธุรกิจค้าปลีกอื่น สหภาพแรงงาน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร รัฐบาล รวมถึงผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ ในธุรกิจนี้ ยกตัวอย่างเช่น ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจต่างมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ผลิตรายย่อยนั้นจะมีความสามารถในการปรับตัวและประสบผลสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ธุรกิจเหล่านี้สามารถมีรายได้เลี้ยงตนเอง และได้รับส่วนแบ่งที่ยุติธรรมจากผลของการทำธุรกิจตามระบบห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจด้านอาหาร องค์กรสหประชาชาติได้ระบุไว้ในข้อแนะนำหลักปฏิบัติของการทำธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights) โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการกระทำผิดที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งรวมไปถึงเรื่องของการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นเพราะพนักงานไม่ได้รับการปกป้องสิทธิ์ และการไม่มีสหภาพแรงงานหรือสหภาพแรงงานถูกจำกัดบทบาทในการปฏิบัติกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

ในบางประเทศ แรงงานต้องประสบกับความยากจนถึงแม้จะมีงานทำและได้รับค่าจ้างขั้นต่ำตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ยิ่งไปกว่านั้นในหลายประเทศผู้หญิงต้องพบกับอุปสรรคที่จะได้งานที่ดีโดยมีสาเหตุมาจากความไม่เท่าเทียมทางเพศ รวมไปถึงผู้หญิงเหล่านี้ต้องรับผิดชอบงานบ้านงานดูแลประเภทต่าง ๆ ในครัวเรือนโดยไม่มีค่าจ้าง แรงงานที่เป็นผู้อพยพก็มักจะตกเป็นเหยื่อถูกละเมิดสิทธิ์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มแรงงานเหล่านั้นเข้าไปทำงานในประเทศอย่างผิดกฎหมายและไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือหรือเลือกที่จะไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากทางการ

กลุ่มเทสโก้ให้การสนับสนุนและร่วมมือกับภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาดังกล่าวซึ่งอาจเกิดขึ้นในระบบห่วงโซ่อุปทานธุรกิจของเรา เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและให้การสนับสนุนในด้านมาตรฐานแรงงาน ชั่วโมงทำงาน ชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานอย่างเต็มที่ตามบัญญัติสิทธิแรงงานของสหประชาชาติ (Universal Declaration of Human Rights) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization หรือ ILO) ในฐานะสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง Ethical Trading Initiative หรือ ETI เราได้ปฏิบัติงานในเรื่องสิทธิของแรงงานตั้งแต่ปี 1998 เราสนับสนุนให้คู่ค้าของเราปฏิบัติตามหลักเกณฑ์พื้นฐานของ ETI และเรายังดำเนินธุรกิจการค้าของเราให้สร้างสรรค์ในสิ่งที่ดี นั่นคือการช่วยเหลือคู่ค้าให้ปรับปรุงพัฒนา คิดค้นสิ่งใหม่ร่วมกันกับองค์กรของเรา และให้การสนับสนุนชุมชนที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจเราอีกด้วย

เราผนวกสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจของเราอย่างไร

กลุ่มเทสโก้ ผนวกข้อปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจของเราอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ในเรื่องของความรับผิดชอบและความยั่งยืนต่อสังคมตามที่ได้ระบุไว้ในความมุ่งมั่นตั้งใจหลักของเราในส่วนของแผนงานความยั่งยืน The Little Helps Plan กลยุทธ์ด้านสิทธิมนุษยชนของเทสโก้สหราชอาณาจักรนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของ Responsible Sourcing Director ภายใต้บังคับบัญชาของ Chief Product Officer ผู้ซึ่งมีความรับผิดชอบในการสรรหาสินค้าสำหรับธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มเทสโก้ทั้งหมด ในส่วนของการทำงานในแต่ละวันนั้น เพื่อนพนักงานในฝ่าย Commercial และ Technical มีหน้าที่บริหารจัดการคู่ค้าและความสัมพันธ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยตระหนักถึงข้อกำหนดในเรื่องจริยธรรมซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในทีม Responsible Sourcing ซึ่งรวมถึงพนักงานซึ่งประจำอยู่ใน 9 ประเทศหลักที่เราดำเนินการสรรหาสินค้า การสรรหาอย่างมีความรับผิดชอบนั้นเป็นส่วนงานสำคัญในความรับผิดชอบของ Technical Manager ของเรา Buying Managers และ Technical Managers ทั้งหมดของเทสโก้สหราชอาณาจักรนั้นต้องผ่านการมอบรมภายในองค์กรเรื่องการสรรหาอย่างมีความรับผิดชอบ สิทธิมนุษยชน และแรงงานทาส (Modern Slavery)เพื่อสร้างความตระหนักและความรู้ถึงขั้นตอนกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ เทสโก้ทำการทบทวนปรับปรุงเนื้อหาการอบรมอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เราตระหนักว่าการปรับปรุงมาตรฐานด้านแรงงานในห่วงโซ่อุปทานนั้นเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน โดยทั่วไปแล้ว เรามองเห็นว่า เราควรคำนวณต้นทุนในการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในการจัดหาสินค้าหรือบริการนั้นเข้าไปในมูลค่าสุดท้ายของสินค้าเลยมากกว่าที่จะเป็น “ต้นทุนที่เพิ่มเติม” เข้ามาในภายหลัง กลยุทธ์ใหม่ในด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งเทสโก้สหราชอาณาจักรได้นำมาปฏิบัติใช้แล้วนั้น หมายรวมไปถึงการมุ่งเน้นที่ชัดเจนขึ้นในการผนวกข้อปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนเข้ากับกระบวนการจัดซื้อ และรวมถึงการป้องกันการดำเนินธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม เราใช้กระบวนการตรวจสอบเชิงลึกด้านสิทธิมนุษยชนของเราเพื่อช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่า เราควรจัดหาสินค้าจากคู่ค้ารายใด และควรให้รางวัลกับคู่ค้าปัจจุบันที่มีผลการทำงานเรื่องสิทธิมนุษยชนที่ดีได้อย่างไรบ้าง

แผนงานดำเนินธุรกิจของเราเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายนี้ ซึ่งเราได้ตกลงและควบคุมดูแลในเรื่องนี้ร่วมกับคู่ค้ารายสำคัญของเรา ผู้เกี่ยวข้องในตำแหน่งอาวุโสฝ่ายพาณิชย์ (Commercial) มีความรับผิดชอบในแผนงานเหล่านี้ และเราก็ได้นำเรื่องของสิทธิมนุษยชนและการจัดหาสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบมารวมไว้ในตัวชี้วัดผลการทำงาน (KPI) โดยทีมสรรหาอย่างมีความรับผิดชอบและทีม Technical จะจัดการประชุมร่วมกับคู่ค้ารายสำคัญอย่างสม่ำเสมอเพื่อหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงในการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการบรรเทาปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

วิธีการปฏิบัติเหล่านี้ได้นำไปสู่การพัฒนาในเรื่องการให้คะแนนโรงงานระดับ “Blue” ในสายงานธุรกิจเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ F&F ของเทสโก้ ซึ่งเป็นการให้รางวัลกับโรงงานผู้ผลิตที่มีมาตรฐานด้านจริยธรรมที่ดี โรงงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมนั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบอิสระ และต้องผ่านการตรวจสอบเชิงลึก (due diligence) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของเรา เราประเมินระบบบริหารจัดการและให้การสนับสนุนโรงงานเหล่านี้เพื่อให้พัฒนากลไกกระบวนการภายในให้ถูกต้อง รวมไปถึงกระบวนการในการควบคุมดูแลและจัดการกับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่พบ โรงงานระดับ Blue ทั้งหมดจะต้องมีการประเมินโรงงานของตัวเองอย่างสม่ำเสมอและส่งรายงานผลการประเมินให้กับกลุ่มเทสโก้ แน่นอนว่าวิธีการเหล่านี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อองค์กรของเราเองนั้นปฏิบัติกับคู่ค้าอย่างยุติธรรมและสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาอย่างโปร่งใสและเป็นที่น่าไว้วางใจ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ จริยธรรมทางุธุรกิจของเราได้

การตรวจสอบเชิงลึกด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence) ของเรา

โปรแกรมสำหรับสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานของเราครอบคลุมทุกสิ่งที่เราจัดหาสำหรับสินค้าแบรนด์เทสโก้ของเรา โดยรวมไปถึงแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในเทสโก้ การให้บริการ และสินค้าที่ไม่ได้มีไว้จำหน่ายให้ลูกค้า

ในอดีต เราจัดการปัญหาสิทธิมนุษยชนผ่านโปรแกรมการตรวจสอบด้านจริยธรรมกับแหล่งที่จัดหาสินค้าให้เราโดยตรงเป็นหลัก แต่วิธีการนี้นั้นมีข้อจำกัดเพราะการตรวจสอบในลักษณะดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงปัญหาของระบบหรือปัญหาที่หลบซ่อนอยู่ได้ เช่น ปัญหาเรื่องแรงงานทาส การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรงที่สุดนั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดในช่วงของห่วงโซ่อุปทานที่แยกย่อยลงไปอีก ซึ่งกลุ่มเทสโก้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจโดยตรงในส่วนงานเหล่านั้น และเราก็มีข้อจำกัดในการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในกรณีดังกล่าวเช่นกัน

ในปัจจุบันเรามีขั้นตอนการตรวจสอบเชิงลึกที่ครอบคลุมวงกว้างมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเราสามารถระบุและมุ่งเน้นไปที่ทรัพยากรของเราในส่วนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดได้ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของห่วงโซ่อุปทาน กระบวนการนี้ได้รับการพัฒนาโดยมีพื้นฐานจากการปรึกษาหารือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกองค์กรกว่า 50 หน่วยงานซึ่งรวมไปถึง คู่ค้าและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์กร Ethical Trading Initiative สหภาพแรงงานต่าง ๆ กลุ่มประชาสังคม เช่น Unseen และ Oxfam รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ

กรอบการทำงานในการตรวจสอบเชิงลึกของเรานั้นประกอบไปด้วยขั้นตอน 5 ประการ ดังนี้

1. การประเมินความเสี่ยง

เป็นกรอบการทำงานประเมินความเสี่ยงสำหรับสินค้าแบรนด์เทสโก้ โดยมีตัวชี้วัดซึ่งมีผลต่อการที่แรงงานอาจถูกละเมิดสิทธิ์ 5 ประการดังต่อไปนี้

  1. ประเทศต้นทาง – ประเมินสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่อุปทาน
  2. ประเภทของงาน - ประเมินว่างานประเภทนั้น ๆ ต้องการแรงงานที่มีทักษะมาก มีทักษะปานกลาง หรือไม่มีทักษะ
  3. ชนิดของการจ้างงาน - ระบุว่างานนั้นเป็นงานสำหรับพนักงานประจำ งานที่ต้องจ้างตามฤดูกาล หรือจ้างงานผ่านนายหน้า
  4. อุตสาหกรรม ปัญหาทางวัฒนธรรม และปัญหาในชุมชน - ระบุความท้าทายที่เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่นั้น ๆ เช่น การกีดกันทางเพศ
  5. ศักยภาพของห่วงโซ่อุปทาน - ประเมินความรู้และความสามารถของคู่ค้าในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในห่วงโซ่อุปทานเอง

จากนั้นเราจะนำตัวชี้วัดความเสี่ยงเหล่านี้สร้างแผนผังแสดงจุดเสี่ยงของทั้งระบบห่วงโซ่อุปทานของเราตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ ซึ่งจะทำให้เราสามารถระบุความเสี่ยงต่าง ๆ ที่สำคัญมากที่สุดในระบบห่วงโซ่อุปทานได้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในส่วนใดก็ตาม และเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับขั้นตอนนี้ เทสโก้ในสหราชอาณาจักร สาธารณรัฐไอร์แลนด์ และประเทศในยุโรปกลางได้ใช้การจัดอันดับความเสี่ยงของประเทศจาก Food Network of Ethical Trade (FNET) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานร่วมกันในธุรกิจอาหาร โดยการให้คะแนนนั้นมีที่มาจากหลาย ๆ ส่วนซึ่งรวมไปถึงดัชนีชี้วัดสิทธิมนุษยชนสากล (Global Rights Index) จากสมาพันธ์สหภาพแรงงานสากล (International Trade Union Confederation – ITUC), ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index) จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (the United Nations Development Programme หรือ UNDP) ข้อมูลดัชนีความเสี่ยงและการแพร่หลายของแรงงานทาสจากดัชนีแรงงานทาสโลก (Global Slavery Index หรือ GSI) ของมูลนิธิ วอล์ค ฟรี (The Walk Free-Foundation) รายงานการค้ามนุษย์ของรัฐต่าง ๆ จากประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Department of State’s Trafficking in Persons Report) ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index) จากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ดัชนีเสรีภาพโลก (Freedom in the World Index) จากฟรีดอมเฮ้าส์ (Freedom House) ข้อมูลสิทธิเด็กและธุรกิจยั่งยืนจากยูนิเซฟ (UNICEF) และโกลบอลไชลด์ฟอรัม (Global Child Forum) โดยการประเมินความเสี่ยงของเราได้รับการตรวจสอบทบทวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงสหภาพแรงงาน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ

2. การจัดลำดับความสำคัญและมาตรการรับมือ

การประเมินความเสี่ยงช่วยให้เราสามารถระบุถึงประเด็นที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด และสามารถจัดลำดับความสำคัญสำหรับ 3-5 ปีข้างหน้าให้กับองค์กรได้ กลยุทธ์ใหม่ด้านสิทธิมนุษยชนที่เพิ่งได้รับการนำมาใช้โดยเทสโก้ สหราชอาณาจักรระบุถึงประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้อง 4 ประเด็น ได้แก่

  1. แรงงานบังคับ
  2. การแสดงถึงสถานะภาพของแรงงานในสถานที่ทำงาน
  3. เพศ
  4. ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนของแรงงานและเกษตรกรรายย่อย

รายละเอียดเพิ่มเติมในใจความสำคัญในส่วนของการปฏิรูป (Transform Section) มีดังต่อไปนี้

การปฏิบัติงานโดยตรง

จากกระบวนการประเมินความเสี่ยงในการดำเนินงานในองค์กร เราพบว่าความเสี่ยงในการเกิดการใช้แรงงานบังคับมากที่สุดนั้นพบได้ในกลุ่มผู้ให้บริการ เช่น พนักงานชั่วคราวที่ทำงานในส่วนงานกระจายสินค้า พนักงานทำความสะอาดในสำนักงานหรือพนักงานล้างรถ ซึ่งสาเหตุเกิดจากการมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากเข้ามาปฏิบัติงานในส่วนงานดังกล่าวในองค์กรของเราในหลาย ๆ ประเทศ และแรงงานเหล่านั้นไม่ได้ตระหนักถึงสิทธิของตนเองและเสี่ยงที่จะถูกละเมิดสิทธิได้ง่าย อีกสาเหตุหนึ่งคือการที่เทสโก้เองมีอำนาจควบคุมดูแลคนกลุ่มนี้ในขอบเขตจำกัด ซึ่งจะต่างจากส่วนงานที่เราจ้างพนักงานเองโดยตรง

ดังนั้น เราจึงได้สร้างแผนผังที่แสดงให้เห็นว่าแรงงานเหล่านี้ปฏิบัติงานในส่วนใดของเทสโก้ อันได้แก่ฝ่ายสำนักงาน งานบริการด้านค้าปลีก งานสถานที่ งานกระจายสินค้า งานทรัพยากรบุคคล และงานบริการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ด้านงานสารสนเทศและล้างรถ เป็นต้น จากนั้นเราจึงระบุว่าผู้ให้บริการในส่วนงานใดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดตามประเภทสัญญาการให้บริการ ระดับของทักษะที่ต้องใช้ในการทำงาน ฐานเงินเดือน และการเข้าถึงตัวผู้ให้บริการของเทสโก้เอง โดยพบว่าผู้ให้บริการที่เป็นคู่สัญญาระยะยาวกับเทสโก้เพื่อให้บริการที่ต้องอาศัยทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีฐานเงินเดือนที่ค่อนข้างสูงนั้นจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่ำ เช่น นักกฎหมายหรือที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในขณะที่แรงงานที่ใช้ทักษะน้อยและทำงานให้กับผู้ให้บริการที่เป็นคู่สัญญาชั่วคราวกับทางองค์กร และมีฐานเงินเดือนที่ค่อนข้างต่ำในอุตสาหกรรมจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่า

จากกระบวนการนี้เราจึงจัดลำดับหน่วยงานที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ดังนี้

  • พนักงานบริษัทก่อสร้างซึ่งดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงสาขาของเทสโก้
  • พนักงานซึ่งจัดหามาโดยนายหน้าจัดหาแรงงานที่ทำงานในฝ่ายบริการด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า
  • พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำสำนักงานและสาขา และพนักงานทำงานความสะอาด
  • ผู้ให้บริการล้างรถในสหราชอาณาจักรที่ดำเนินงานในรูปแบบของระบบแฟรนไชส์

ห่วงโซ่อุปทานของสินค้า

ในห่วงโซ่อุปทานของเทสโก้ เราได้จัดลำดับความสำคัญของสินค้าและวัตถุดิบ 20 อันดับแรกที่เทสโก้ สหราชอาณาจักรสั่งซื้อจากประเทศต่าง ๆ มากที่สุดออกเป็น 4 กลุ่ม โดยสินค้าและวัตถุดิบ 20 อันดับแรกที่เรากล่าวถึงนั้นเป็นสินค้าที่ลูกค้าของเราเลือกซื้อเป็นประจำ และมีผลกระทบต่อความยั่งยืน ซึ่งเทสโก้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ตัวอย่างสินค้า 10 รายการจาก ‘20 อันดับ’ ที่มีความเสี่ยงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้ามาเกี่ยวข้องในระบบอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งเทสโก้ได้จัดลำดับความสำคัญไว้ใน 3-5 ปีข้างหน้า ได้แก่

  • ทางเพศ (โดยเฉพาะในประเทศโมร็อกโก) และความเป็นอยู่
  • ผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว: ประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ (โดยเฉพาะประเทศในทวีปแอฟริกาใต้)
  • กาแฟ: ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับ
  • โกโก้: ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับและแรงงานเด็ก
  • ฝ้าย: ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับและแรงงานเด็ก
  • น้ำมันปาล์ม: ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับ
  • กุ้ง: ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับ
  • น้ำตาล: ประเด็นเรื่องความเป็นอยู่และความเท่าเทียมทางเพศ
  • ชา: ประเด็นเรื่องความเป็นอยู่และความเท่าเทียมทางเพศ

นอกเหนือจากสินค้าและวัตถุดิบ 20 รายการที่กล่าวถึงไปแล้ว เรายังมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคทั้ง 7 และประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเหล่านั้น เพราะเราตระหนักว่าความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเหล่านั้นมีความสำคัญต่อธุรกิจของเทสโก้

  • โรงงานผลิตสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่อาหารทั่วเอเชีย: ประเด็นเรื่องความเป็นอยู่และจำนวนชั่วโมงการทำงาน ชีวอนามัยและความปลอดภัย การแสดงถึงสถานภาพของแรงงาน
  • เกษตรกรรมของชาวเปรู : ประเด็นเรื่องการแสดงถึงสถานภาพและชั่วโมงการทำงานของแรงงาน
  • ผู้ลี้ภัยชาวตุรกีและซีเรีย: ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับและความเป็นอยู่
  • ผักสลัดจากสเปน: ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับ
  • มะเขือเทศจากอิตาลี: ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับ
  • เกษตรกรรมในสหราชอาณาจักร: ประเด็นเรื่องมาตรฐานที่อยู่อาศัย
  • โรงงานทอเส้นด้ายในอินเดีย: ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับและความเท่าเทียมทางเพศ

สามารถดูตัวอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานด้านห่วงโซ่อุปทานของสินค้า 20 อันดับแรกของเราได้ที่ www.tescoplc.com/top20 โดยการทำงานในส่วนนี้นำโดยทีมจัดหาสินค้าและทรัพยากรด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มเทสโก้ (Group Responsible Sourcing)

3. การลดความเสี่ยง

เมื่อเราจัดลำดับความสำคัญของเราได้แล้ว เราจึงขอความร่วมมือในการทำงานเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ จากคู่ค้าของเรา อุตสาหกรรมในวงกว้าง ภาคประชาสังคม และผู้กำหนดกฎเกณฑ์เพื่อบรรเทาความเสี่ยงในการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามความเหมาะสม เช่น เราควรปฏิบัติเช่นไรเพื่อหลีกเลี่ยง ลด หรือบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านั้น ซึ่งอาจหมายรวมถึงการตรวจสอบด้านจริยธรรม โครงการร่วมมือต่าง ๆ หรือการจัดอบรมพนักงานเพื่อให้เข้าใจถึงสิทธิมนุษยชน เป็นต้น

การทบทวนกระบวนการทำงานครั้งล่าสุดของเราได้นำไปสู่การปรับเปลี่ยนเพื่อบรรเทาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานขององค์กร โดยเรานำเสนอวิธีการซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ การพัฒนามาตรฐานสำหรับพนักงานที่ทำงานในองค์กรและในห่วงโซ่อุปทานผ่านโปรแกรมที่จะพัฒนาร่วมกับคู่ค้าของเราอย่างต่อเนื่อง ผลักดันและปรับเปลี่ยนความพยายามในระดับอุตหสากรรมในมุมกว้างเพื่อระบุถึงประเด็นปัญหาด้านสังคมและแรงงานโดยเฉพาะ และใช้พลังจากทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ

พัฒนา เปลี่ยนแปลง สนับสนุน
พัฒนามาตรฐานเพื่อพนักงานที่ทำงานในห่วงโซ่อุปทานของเรา ผลักดันความพยายามในระดับอุตสาหกรรมในมุมกว้างเพื่อระบุถึงประเด็นปัญหาด้านสังคมและแรงงานโดยเฉพาะในส่วนงานห่วงโซ่อุปทานหลักของเรา ใช้พลังที่จากทุกส่วนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเมื่อจำเป็น
  • การตรวจสอบ
  • โปรแกรมเพื่อการปรับปรุงพัฒนา
  • ริเริ่มใช้ทางเลือกต่าง ๆ ในการตรวจสอบ
  • ประสานหัวข้อเรื่องสิทธิมนุษยชนเข้ากับการปฏิบัติงานในฝ่ายจัดซื้อ

มุ่งเน้นเรื่อง

  • แรงงานบังคับ
  • ความเท่าเทียมทางเพศ
  • การแสดงสถานภาพของแรงงาน
  • ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน
  • ขอความร่วมมือจากภาครัฐและหน่วยงานของรัฐเพื่อให้สนับสนุนการกระตุ้นเรื่องกฎระเบียบและกรอบกฎหมาย
  • ติดต่อขอความร่วมมือจากองค์กรอื่น ๆ

พัฒนา

การดำเนินงานภายในของเรา

ในการดำเนินงานและการจัดซื้อจัดจ้างภายในเทสโก้ พนักงานประจำสำนักงานใหญ่จะทำงานร่วมกับผู้ให้บริการของเราและแผนกต่างๆ ภายใต้ฝ่ายบุคคล อย่างใกล้ชิดเพื่อระบุถึงความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการอบรมพนักงานให้สามารถตระหนักถึงตัวบ่งชี้เรื่องปัญหาแรงงานทาส เช่น พนักงานที่ใช้ที่อยู่และบัญชีธนาคารร่วมกัน เทสโก้ได้เริ่มบังคับใช้กฎบัตรการสรรหาบุคลากร (Recruitment Charter) ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในสัญญาการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการจัดหาพนักงานเพื่อดำเนินงานให้กับเทสโก้ สหราชอาณาจักร โดยเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการห้ามเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานจากพนักงานที่จัดหาเนื่องจากเป็นสาเหตุหนึ่งของการเพิ่มความเสี่ยงในการเพิ่มหนี้สินให้กับตัวแรงงาน อันถือเป็นสาเหตุของปัญหาแรงงานทาสที่พบได้บ่อย ๆ ประการหนึ่ง กฎบัตรการสรรหาบุคลากรยังมีส่วนช่วยระบุความคาดหวังในการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่สามารถก่อให้เกิดปัญหา (เช่น การจัดหาที่พักอาศัยให้พนักงาน) เรายังสนับสนุนให้ตัวแทนผู้จัดหาพนักงานของเราใช้ Stronger Together Responsible Recruitment Toolkit โดยผู้จัดให้บริการหาแรงงานของเราจะต้องลงทะเบียนกับ Gangmasters Labour and Abuse Authority (หน่วยงานปราบปรามกลุ่มอันธพาลและการบังคับใช้แรงงานแห่งสหราชอาณาจักร) และห้ามจัดหาแรงงานจากนอกสหราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับการยินยอมจากเทสโก้โดยเด็ดขาด เพราะการรับแรงงานที่ย้ายเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรอย่างอิสระ และสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยลดความเสี่ยงในประเด็นการแสวงหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้องและการค้ามนุษย์ได้ ดังนั้นเทสโก้จึงทำงานร่วมกับผู้ให้บริการของเราอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานอัตราจ้างชั่วคราวของเราได้รับเงินค่าจ้างที่เหมาะสมในแต่ละสัปดาห์และได้รับโอกาสในการเข้าเป็นพนักงานประจำขององค์กรเมื่อมีตำแหน่งงานว่าง

นอกจากนี้เทสโก้ยังมีการประเมินผู้ให้บริการจัดหาแรงงานสำหรับสำนักงานเทสโก้ประเทศอื่น ๆ ด้วย โดยเริ่มจากประเทศไทยและมาเลเซียซึ่งพบเรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดหางานจากแรงงานได้ทั่วไปในทั้งสองประเทศ เราจึงพยายามลดจำนวนตัวแทนผู้จัดหาแรงงานที่เราใช้บริการในประเทศไทย โดยหันมาใช้บริการจากตัวแทนที่เราไว้ใจที่สุด และเลือกรับสมัครแรงงานต่างด้าวจากประเทศต้นทางโดยตรงหากสามารถทำได้ ดีกว่าที่จะหาแรงงานผ่านคนกลางอีกทอดหนึ่งอันถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นหนี้ของตัวแรงงานเอง

ฐานอุปทาน

เพื่อปรับปรุงมาตรฐานสำหรับพนักงานที่ทำงานให้เราในส่วนงานห่วงโซ่อุปทาน เราใช้การผสมผสานของการตรวจเยี่ยมภายในโดยผู้เชี่ยวชาญจากทีมจัดซื้อด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้ตรวจสอบอิสระด้านจริยธรรมซึ่งมาจากหุ้นส่วนของเราที่ไว้วางใจได้ และการรับรองโดยหน่วยงานอิสระเพื่อยืนยันสภาพการทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ที่สำคัญเครื่องมือเหล่านี้ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมกับแรงงานโดยตรง การเข้าเยี่ยมสถานที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น บ้านพักอาศัย และการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง

เราจะมุ่งเน้นการตรวจสอบด้านจริยธรรมที่สำคัญไปที่สายงานห่วงโซ่อุปทานในระดับต้น เช่น สถานที่ผลิตสินค้า โรงงานผลิตเสื้อผ้า หรือโรงงานผลิตอาหาร เป็นต้น สถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงจะได้ต้องรับการตรวจสอบก่อนเริ่มกระบวนการจัดซื้อและต้องได้รับการตรวจสอบประจำปีทุกปี เทสโก้เองยังทำการตรวจสอบนอกเหนือจากสายงานระดับต้นโดยพิจารณาจากความเสี่ยงของสินค้าที่ผลิต ตัวอย่างเช่น เราอาจจะตรวจสอบไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกผักผลไม้สดส่งให้กับโรงงานผลิตร่วมกับคู่ค้าของเราซึ่งเป็นผู้สื่อสารข้อกำหนดของเราให้กับหน่วยงานในห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ เราทำการตรวจสอบด้านจริยธรรมโดยยึดตามแนวทางขององค์กร SEDEX Members Ethical Trade Audit หรือ SMETA ซึ่งเป็นองค์กรและระบบการจัดการเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน ที่รวมกลุ่มสมาชิกทางธุรกิจทั่วโลก SMETA ที่จัดตั้งโดยองค์กร SEDEX นี้ช่วยให้แบรนด์สินค้าเพื่อการบริโภคและคู่ค้าของแบรนด์เหล่านั้นลดความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพของการตรวจสอบที่ดีขึ้นด้วยการใช้วีธีการที่มีประสิทธิภาพในรูปแบบที่ปรับใช้เข้ากับรายงานการตรวจสอบและแผนการแก้ไขที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้

ผู้ทำการตรวจสอบทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการพิจารณาด้านความสามารถและประสบการณ์การตรวจสอบโดยเทสโก้ก่อนเริ่มขั้นตอนการตรวจสอบหรือสัมภาษณ์พนักงานด้วยภาษาท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ องค์ประกอบและขนาดของทีมตรวจสอบและระยะเวลาของการตรวจสอบนั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่หรือคู่ค้า และต้องสอดคล้องกับเพศของแรงงานและภาษาหลักที่แรงงานใช้พูดกัน

การแจ้งวันที่เข้าตรวจสอบให้คู่ค้าทราบล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถเตรียมรายงานหรือเอกสารที่จำเป็นเพื่อการตรวจสอบ และยังช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของในประเด็นด้านจริยธรรมให้กับทีมผู้บริหารของบริษัทคู่ค้าอีกด้วย อย่างไรก็ตามการแจ้งล่วงหน้าอาจจะเปิดโอกาสให้คู่ค้าเตรียมสถานที่และตระเตรียมกับพนักงานล่วงหน้าว่าจะมีการตรวจสอบและพยายามเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และด้วยประเด็นความเสี่ยงนี้ เราจึงมักจะแจ้งเรื่องการเข้าตรวจสอบให้คู่ค้าทราบแบบไม่เฉพาะเจาะจง คือแจ้งเป็นช่วงระยะเวลา 1 เดือน แทนที่จะแจ้งเป็นวันที่เฉพาะเจาะจงเพื่อลดโอกาสการในการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หรือบางครั้งเราอาจจะเข้าตรวจสอบโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าหากเรามีประเด็นบางประการรวมถึงเมื่อเราต้องการยืนยันผลการตรวจสอบที่แน่ชัด

ในการประชุมหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบ คู่ค้าและผู้ตรวจสอบจะปรึกษาหารือเกี่ยวกับประเด็นที่ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบและจัดทำ Corrective Action Plan Report (รายงานเพื่อหาวิธีแก้ไขประเด็นเหล่านั้นให้ถูกต้อง หรือ CAPR) ร่วมกัน หากมีประเด็นที่สำคัญหรือน่าเป็นห่วง บริษัทผู้ตรวจสอบจะแจ้งเทสโก้โดยตรงในทันที หรือหากมีประเด็นที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้หรือประเด็นที่คู่ค้าไม่ยอมรับ ผู้ตรวจสอบจะแจ้งกลับมายังเทสโก้เช่นกัน หากผู้ใดพยายามล่วงล้ำกระบวนการตรวจสอบด้วยวิธีการทุจริต ข่มขู่ ปลอมแปลงหรือแทรกแซง จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎระเบียบและผู้ตรวจสอบจะรายงานมายังเทสโก้ทันที

หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบ คู่ค้าจะต้องแก้ไขประเด็นต่าง ๆ ที่ตรวจพบและระบุไว้ในรายงานการตรวจสอบทั้งหมดที่ระบุว่าไม่เป็นไปตามกฎระเบียบของข้อปฏิบัติพื้นฐานของ ETI (ETI Base Code) และกฎหมายประเทศนั้น ๆ กำหนดไว้ คู่ค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขประเด็นเหล่านั้นให้เรียบร้อยตามแนวทางปฏิบัติที่ระบุไว้ในรายงาน CAPR และจะต้องได้รับการตรวจพิสูจน์โดยผู้ตรวจสอบอิสระเพื่อปิดประเด็นดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ตกลงกันซึ่งโดยปกติคือ 6 เดือน กระบวนการทั้งหมดเริ่มตั้งแต่การวางแผน การแก้ไขประเด็นปัญหาโดยคู่ค้า และการตรวจสอบพิสูจน์ครั้งสุดท้ายโดยผู้ตรวจสอบอิสระเพื่อปิดประเด็นจะได้รับการติดตามโดยองค์กร SEDEX โดยมีฝ่ายพานิชย์ (Commercial) ของเทสโก้ติดตามภาพรวมของความคืบหน้าและอาจจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

แม้ว่ากลุ่มเทสโก้จะยึดถือแนวทางว่าเรา “ไม่ยอมรับ” การละเมิดข้อปฏิบัติพื้นฐานของ ETI (ETI Base Code) โดยเด็ดขาด แต่เราจะไม่ทอดทิ้งคู่ค้าที่ต้องเผชิญปัญหาดังกล่าว เป้าหมายแรกของเราคือการเตรียมขั้นตอนปฏิบัติเพื่อรับมือและแก้ไขประเด็นปัญหาเหล่านั้นเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก และเมื่อเราเชื่อว่าคู่ค้าของเราจะให้คำมั่นสัญญาและมีความสามารถที่จะป้องกันไม่ให้ประเด็นเหล่านั้นเกิดขึ้นซ้ำ เราก็จะสามารถทำงานร่วมกับคู่ค้าเหล่านั้นต่อไปได้ นอกเสียจากว่าเราจะยังคงพบประเด็นปัญหาเดิมซ้ำอีก แนวทางที่เราปฏิบัติจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการปรับปรุงพัฒนาแทนที่จะเป็นการ ‘ตัดปัญหาทิ้ง’ อย่างง่ายดายด้วยการยกเลิกคำสั่งซื้อ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบในแง่ลบสำหรับกลุ่มแรงงานที่ทำงานอยู่กับคู่ค้าเหล่านั้นอีกด้วย และยังเป็นการลดทอนกำลังใจในการทำงานอย่างโปร่งใสของคู่ค้าเองเมื่อพวกเขาต้องเผชิญประเด็นความท้าทายเหล่านั้น

ในบางกรณีที่เราพบว่าคู่ค้าไม่สามารถแก้ไขประเด็นปัญหาได้ เทสโก้จะหาทางบอกเลิกสัญญากับคู่ค้าอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมากแล้วเมื่อเราแจ้งให้คู่ค้าทราบถึงการตัดสินใจของเรา เราจะยังคงส่งคำสั่งซื้อให้คู่ค้าต่อไปอีก 3 เดือนเพื่อให้คู่ค้ามีเวลาเพียงพอในการแจ้งแรงงานถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งที่เราปฏิบัติคือ เมื่อเราพบว่าแรงงานไม่ได้รับค่าจ้างตามเวลาที่ได้ทำงานไปแล้วซึ่งเราถือว่าเป็นประเด็นที่ร้ายแรง แทนที่เราจะบอกเลิกสัญญากับคู่ค้าในทันที เราจะพยายามช่วยเหลือให้แรงงานเหล่านั้นได้รับเงินค่าจ้างที่ค้างจ่ายไว้อย่างน้อย 3 เดือน หากคู่ค้าตกลงตามข้อเสนอเราก็จะยังทำงานร่วมกับคู่ค้ารายดังกล่าวต่อไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า 14 ของเอกสารเรื่องแถลงการณ์เรื่องแรงงานทาส (Modern Slavery Statement) ประจำปีงบประมาณ 2017/2018

การพูดคุยกับแรงงานโดยตรงเกี่ยวกับข้อกังวลใจในสถานที่ทำงานนับว่าเป็นอีกวิธีที่ได้ผลดีนอกเหนือจากการเก็บข้อมูลผ่านวิธีการอื่น เช่น การตรวจสอบ การสัมภาษณ์ และติดต่อประสานกับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ส่วนที่สำคัญที่สุดในขั้นตอนการตรวจสอบคือการสัมภาษณ์พนักงานเพื่อรวบรวมข้อกังวลใจและข้อแนะนำต่าง ๆ แล้วรายงานให้กับฝ่ายบริหารทราบเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการปรับปรุงพัฒนาสภาพการทำงานของแรงงานอย่างต่อเนื่อง คู่ค้าของเทสโก้จะต้องติดโปสเตอร์ของหน่วยงาน ETI และผลการตรวจสอบไว้บนกระดานประกาศข่าวในองค์กรให้พนักงานได้รับทราบเกี่ยวกับสิทธิของพวกเขา และพวกเขาเหล่านั้นได้รับสิทธิตามชอบธรรมแล้วหรือมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมแล้ว ซึ่งถือเป็นข้อปฏิบัติหลักของกลุ่มเทสโก้

กลุ่มเทสโก้ยังนำมาตรฐานการรับรองต่าง ๆ เข้ามาใช้เพื่อพัฒนามาตรฐานสำหรับแรงงานและผู้ประกอบการรายย่อยในห่วงโซ่อุปทานของเรา เช่น มาตรฐานขององค์กร Rainforest Alliance ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ทำงานกับบุคคล ชุมชน และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผืนดิน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประโยชน์ให้กับสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งองค์กรนี้ใช้มาตรฐานของเครือข่ายเกษตรยั่งยืน (Sustainable Agriculture Network หรือ SAN) นอกจากนี้เรายังนำมาตรฐานขององค์กร Fairtrade (องค์กรเพื่อการค้าที่เป็นธรรม) มาใช้กับสินค้ารายการสำคัญ ๆ ของเราอีกด้วย พนักงานสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานต่าง ๆ ที่เรานำเข้ามาใช้ได้ ที่นี่ และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของคู่ค้าที่จำหน่ายสินค้าและวัตถุดิบ 20 รายการสำคัญให้กับเทสโก้ได้ ที่นี่

ในกลยุทธ์ใหม่ของเรานั้น เทสโก้สหราชอาณาจักจะเริ่มมองหาเครื่องมือเสริมสำหรับใช้ในการตรวจสอบที่ครอบคลุมถึงการประเมินเรื่องผลกระทบของสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ธุรกิจการค้าของเทสโก้ส่งผลกระทบต่อพนักงานและชุมชนอย่างไร

การเปลี่ยนแปลง

กลุ่มเทสโก้ตระหนักดีว่า ในหลายกรณีเราจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานได้หากเรายังไม่สามารถแก้ไขสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาซึ่งซ่อนอยู่ได้ กลยุทธ์ใน 4 หัวข้อหลักของเทสโก้สหราชอาณาจักรจะสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้

ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน

กลุ่มเทสโก้เองได้ผนวกเรื่องความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนของแรงงานและเกษตรกรรายย่อยเข้ามาไว้เป็นหนึ่งในหัวข้อของกลยุทธ์เรื่องสิทธิมนุษยชนฉบับล่าสุด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตระหนักต่อความต้องการของแรงงานและเกษตรกรที่สมควรได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรมต่อคุณค่าที่พวกเขาแบ่งปันผ่านการจัดหาสินค้าให้กับองค์กรของเรา เรายังตระหนักว่ารายได้ขั้นต่ำตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดนั้นอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการรายได้ของแรงงาน ซึ่งในส่วนของห่วงโซ่อุปทานที่มีระดับความเสี่ยงสูงเทสโก้จะทำงานร่วมกับคู่ค้าเพื่อทำความเข้าใจประเด็นปัญหานี้ต่อไป นอกจากนี้เรายังเพิ่มการตรวจสอบเชิงลึก (due diligence) ในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย โดยเพิ่มเข้าไปในข้อกำหนดเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับคู่ค้าซึ่งรวมถึงผู้ผลิตกล้วย ชา โกโก้ และกาแฟด้วย การตรวจสอบเชิงลึก (due diligence) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายได้ที่ยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยนั่นเอง

นอกจากนี้ กลุ่มเทสโก้ยังมุ่งมั่นทำงานร่วมกับแรงงาน สหภาพแรงงาน และองค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGOs) ต่าง ๆ ในส่วนที่เกี่ยวของกับห่วงโซ่อุปทานเพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานของรายได้ที่เหมาะสมต่อการการดำรงชีพและเผยแพร่ตัวอย่างของช่องว่างระหว่างอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วไปและเกณฑ์มาตรฐานของอัตราค่าจ้างที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพ ตัวอย่างของผลงานนี้ยังรวมไปถึงการมีส่วนร่วมของกลุ่มเทสโก้ในโครงการอุตสาหกรรมชามาลาวี 2020 ซึ่งมีเป้าหมายเฉพาะในการจ่ายค่าจ้างในอัตราที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพให้กับแรงงานที่ทำงานในไร่ชาในมาลาวีภายในปี ค.ศ. 2020 และการมีส่วนร่วมของเราในโครงการริเริ่มสนับสนุนการจ่ายค่าจ้างในอัตราที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพ (Living wage Advocacy Initiative) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งงานประชุม World Banana Forum (งานประชุมกล้วยโลก) โดยเพิ่งมีการทำสำรวจเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ไปในประเทศคอสตาริกา (ซึ่งคู่ค้าของเทสโก้ในคอสตาริกานี้จ่ายค่าจ้างให้แรงงานสูงกว่าอัตราขั้นต่ำร้อยละ 20-25 อยู่แล้ว) และประเทศกานา และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนในการร่างเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวสำหรับประเทศโคลอมเบียและเอกวาดอร์ มีการส่งเสริมเรื่องเกณฑ์มาตรฐานอัตราค่าจ้างที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพในงานประชุม World Banana Forum ผ่านแนวทางความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต สมาคมอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก สหภาพแรงงาน หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เช่น Rainforest Alliance และ Fairtrade เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้าร่วมในทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทานการค้ากล้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (เช่น แรงงานชาวสวน) จะได้รับประโยชน์จากการค้ากล้วยซึ่งถือเป็นสินค้าที่สำคัญของเรา พนักงานสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนได้ที่นี่

แรงงานบังคับ

หัวข้อหลักหัวข้อที่ 2 ในกลยุทธ์ด้านสิทธิมนุษยชนฉบับล่าสุดของกลุ่มเทสโก้ก็คือเรื่องแรงงานบังคับ ซึ่งเป็นประเด็นที่เราทราบดีว่าเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าทั้งประเภทอาหารและไม่ใช่อาหาร นอกเหนือจากงานที่เราดำเนินการเกี่ยวกับประเด็นที่เราได้กล่าวถึงรายละเอียดไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น เรายังให้การสนับสนุนโครงการหลายโครงการที่เชื่อมโยงเข้ากับการแก้ปัญหาเรื่องแรงงานบังคับอีกด้วย ในหลายปีที่ผ่านมากลุ่มเทสโก้ได้พยายามแก้ปัญหาแรงงานเด็ก (โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอ) หรือที่เรียกว่า Sumangali และข้อจำกัดทางเสรีภาพของแรงงานในประเทศอินเดียผ่านทางโครงการที่ชื่อว่า Tamil Nadu Programme ขององค์กร Ethical Trading Initiative (ETI) ซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรระหว่างบริษัทชั้นนำต่าง ๆ สหภาพแรงงาน และองค์กรไม่หวังผลกำไร (NGOs) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนส่งเสริมสิทธิของแรงงานทั่วโลก เทสโก้ยังเป็นสมาชิกของคณะกรรมการที่ปรึกษาท้องถิ่นในงานประชุม Tamil Nadu Multi-Stakeholder Forum เรายังช่วยก่อตั้งโครงการ Stronger Together เพื่อต่อสู้กับความเสี่ยงเรื่องแรงงานบังคับในสหราชอาณาจักร สเปน และแอฟริกาใต้ พนักงานสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเอกสารเรื่องแถลงการณ์เรื่องแรงงานทาส (Modern Slavery Statement) และสามารถดูรายละเอียดเรื่องความร่วมมือในการระบุปัญหาเกี่ยวกับแรงงานบังคับได้ที่นี่

ผู้แทนของแรงงาน

หัวข้อที่สามในกลยุทธ์ด้านสิทธิมนุษยชนฉบับล่าสุดของกลุ่มเทสโก้คือเรื่องผู้แทนของแรงงาน โดยเราได้รับข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงสหภาพแรงงานสากล และได้ข้อมูลจากประสบการณ์การทำงานของกลุ่มเทสโก้ในการพยายามขจัดอุปสรรคของการเป็นผู้แทนของแรงงานอย่างมีประสิทธิผลในห่วงโซ่อุปทานของเรา การดำเนินงานของเราในด้านนี้ยังรวมถึงการส่งเสริมสื่อสารระหว่างสหภาพแรงงาน คู่ค้า องค์กรอุตสาหกรรม บริษัทผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานต่าง ๆ และหน่วยงานภาครัฐในภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งเราจะพูดถึงรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป นอกจากนี้กลุ่มเทสโก้ยังทำงานร่วมกับโรงงานผู้ผลิตและจัดหาสินค้าในบังคลาเทศ อินเดีย และตุรกี โดยให้โรงงานเหล่านั้นเข้าร่วมในโครงการ ETI Social Dialogue Programme เพื่อสนับสนุนให้ผู้แทนของกลุ่มแรงงานใช้สิทธิได้อย่างเหมาะสมและสนับสนุนการเลือกผู้แทนของกลุ่มแรงงานอย่างเสรี การดำเนินงานของเรายังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของคู่ค้ารายสำคัญ ๆ เพื่อให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานภาพของแรงงานผ่านทางแหล่งทรัพยากรใหม่ของหน่วยงาน ETI เกี่ยวกับเสรีภาพของสมาคม การร่วมเจรจาต่อรอง และการแสดงถึงสถานภาพของแรงงาน

ในสถานปฏิบัติงานที่มีสหภาพแรงงาน เทสโก้จะทำงานร่วมกับคู่ค้าเพื่อให้มั่นใจว่าตัวแทนจากสหภาพแรงงานได้รับการการปฏิบัติอย่างให้เกียรติและไม่มีการเลือกปฏิบัติ หากมีการร้องเรียนเรื่องการเลือกปฏิบัติเทสโก้จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการเจราจาต่อรองกับทั้งสองฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งและส่งเสริมการอบรมเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้นำสหภาพแรงงานให้ดีขึ้น เรายังทำงานร่วมกับหน่วยงาน ETI อย่างใกล้ชิดเพื่อค้นหาประเด็นปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติของสหภาพแรงงานหลายกรณีในโรงงานหลายแห่งในศรีลังกา อินเดีย และตุรกี

ส่วนในสถานปฏิบัติงานที่ไม่มีสหภาพแรงงาน เทสโก้จะสนับสนุนให้คู่ค้าของเรามีการเลือกคณะกรรมการแรงงานอย่างเสรีและเป็นประชาธิปไตย ตัวอย่างเช่น คู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานการจัดหากล้วยของเรา เราจะคอยสื่อสารกับตัวแทนของสหภาพในหน่วยงาน ETI ร่วมกับตัวแทนของสหภาพแรงงานสากล (International Trade Union Confederation หรือ ITUC) สหภาพแรงงานสากลในธุรกิจอาหาร (International Union of Food หรือ IUF) และสหพันธ์แรงงานใหญ่ (Trade Union Congress หรือ TUC) นอกจากนี้เรายังจัดการประชุมร่วมกับองค์กรประชาสังคมระดับภูมิภาค เช่น หน่วยงาน Banana Link และสมาพันธ์สหภาพผู้ปลูกกล้วยในลาตินอเมริกา (Confederation of Latin American Banana Unions หรือ COLSIBA) อยู่เป็นประจำ

กลุ่มเทสโก้ดำเนินงานอย่างจริงจังในการประเมินสถานภาพของแรงงานในลาตินอเมริกาอย่างเข้มงวดเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสถานที่ทำงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังควบคุมดูแลสถานที่ทำงานทุกแห่ง (รวมถึงสถานที่บรรจุสินค้าและฟาร์มต่าง ๆ) เพื่อให้แรงงานสามารถใช้สิทธิเลือกตัวแทนคณะกรรมการแรงงาน และ/หรือ คณะกรรมการชีวอนามัยและความปลอดภัยได้อย่างเป็นประชาธิปไตย เพราะเราเชื่อว่าในสถานที่ทำงานที่แรงงานสามารถจัดการและเลือกตัวแทนของพวกเขาได้อย่างเสรีโดยที่ฝ่ายบริหารไม่เข้าไปแทรกแซง มีแนวโน้มที่แรงงานจะมีสถานภาพที่ดีมากกว่าในสถานที่ทำงานที่ไม่มีการเลือกตัวแทนแรงงาน เรายังพบว่าฝ่ายบริหารเองก็ได้รับความเคารพนับถือจากแรงงานที่เป็นระบบระเบียบมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญที่สุดในการทำงานด้านสถานภาพแรงงานของกลุ่มเทสโก้นั้นอยู่ในประเทศเปรู โดยเมื่อ 5 ปีก่อนไม่มีคู่ค้ารายใดของเราในเปรูที่จัดให้แรงงานมีการเลือกตัวแทน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรมท้องถิ่นที่นั่น แต่ปัจจุบันคู่ค้าของเทสโก้ในเปรูนั้นจัดให้มีการเลือกตัวแทนแรงงานอย่างเสรีและเป็นธรรม และฝ่ายบริหารเองก็มีการจัดประชุมกับตัวแทนแรงงานอย่างสม่ำเสมอ มีการบันทึกผลการประชุมไว้เพื่อให้คณะกรรมการบริหารได้ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อกังวลและข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของแรงงาน ฝ่ายตรวจสอบมีการประเมินว่าแรงงานส่วนใหญ่รับทราบหรือไม่ว่าตัวแทนของพวกเขาคือใครและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผลตามความต้องการของพวกเขาหรือไม่

กลุ่มเทสโก้ได้สนับสนุนการทำงานของหน่วยงาน Ethical Trading Initiative อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการเผยแพร่ข้อปฏิบัติด้านแรงงานที่ดีซึ่งครอบคลุมถึงเสรีภาพในการสมาคม และนำไปใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้นในภูมิภาค โครงการนี้ยังรวมถึงตัวอย่างจากเกษตรกรในเม็กซิโกและโคลอมเบียซึ่งมีการปรับปรุงพัฒนาตัวแทนแรงงานทั่วทั้งภูมิภาค

ความเท่าเทียมทางเพศ

หัวข้อสุดท้ายของกลยุทธ์ใหม่ในด้านสิทธิมนุษยชนของเราคือความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะระบุถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางเพศในการปฏิบัติงานและในห่วงโซ่อุปทาน เราตั้งใจที่จะปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขเยียวยาปัญหาเหล่านี้ ในประเทศแถบลาตินอเมริกา กลุ่มเทสโก้ได้เริ่มบังคับใช้นโยบายเรื่องความสมดุลทางเพศอย่างเข้มงวดในคณะกรรมแรงงานทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานเพศหญิงนั้นมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกับแรงงานเพศชาย ซึ่งนโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบจริยธรรมเชิงลึก (due diligence) และโครงการตรวจสอบด้านจริยธรรม SMETA (The Sedex Members Ethical Trade Audit) เพื่อให้มั่นใจว่าเราใส่ใจและให้ความสำคัญกับผู้หญิงในการประชุมบริหารหรือการประชุมแรงงาน เรายังมีส่วนร่วมกับโครงการเรื่องความเท่าเทียมทางเพศผ่านงานประชุม World Banana Forum โครงการชาอัสสัม (Assam tea programme) และคณะทำงานงานของ ETI ในรัฐทมิฬนาฑู (ETI Tamil Nadu Working Group) ในอินเดียและโครงการมาลาวี 2020 สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

ความร่วมมือของกลุ่มเทสโก้

กลุ่มเทสโก้มีวิธีการให้ความร่วมมือที่หลากหลายในการบริหารจัดการการปกป้องสิทธิมนุษยชนใน 4 หัวข้อที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว โดยการให้ความร่วมมือของเรานั้นเป็นไปตามรูปแบบ 1 ใน 5 รูปแบบดังนี้

1. การสนับสนุนทุนทรัพย์หรือร่วมสนับสนุนทุนทรัพย์สำหรับการตรวจสอบเชิงลึกในระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีการระบุถึงความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เช่น การตรวจประสิทธิภาพของกลไกการร้องทุกข์ในห่วงโซ่อุปทานสินค้าสัตว์ปีกของไทยในปี 2018

2. การทำงานร่วมกับคู่ค้าโดยใช้ทรัพยากรในพื้นที่ของแต่ละประเทศเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น เช่น ในปี 2019 นี้ เราทำงานร่วมกับผู้ผลิตถุงยางอนามัยในมาเลเซียเพื่อทำความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับการบริหารจัดการตัวแทนจัดหาแรงงาน

3.การสนับสนุนทุนทรัพย์ในพื้นที่เพื่อร่วมดำเนินการกับคู่ค้าในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งรวมไปถึงประเทศในอเมริกาใต้และแอฟริกาใต้ เรามีพนักงานในแอฟริกาและคอสตาริกาที่ทำงานติดต่อสื่อสารกับคู่ค้าในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะเพื่อจัดการฝึกอบรมและเสนอแนะแนวทางในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่ประเด็นการเลือกปฏิบัติ ชั่วโมงการทำงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการตัวแทนจัดหาแรงงาน

4.การดำเนินการร่วมกับคู่ค้าเพื่อจัดตั้งการประชุมแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามารถของคู่ค้าในด้านการบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพในระดับสากลหรือในบางประเทศโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น พันธมิตรด้านจริยธรรมผู้ทำธุรกิจอาหารทะเล (Seafood Ethics Action Alliance หรือ SEAA) เครือข่ายผู้ผลิตอาหารเพื่อการค้าอย่างมีจริยธรรมในสหราชอาณาจักร (Food Network for Ethical Trade in the UK หรือ FNET) องค์กรความร่วมมือต่อต้านการค้าแรงงานทาส Stronger Together ในสหราชอาณาจักร สเปนและแอฟริกาใต้ และการประชุมการค้าอย่างมีจริยธรรมของสเปน (Spanish Ethical Trade Forums)

5.การสนับสนุนทุนทรัพย์ในการริเริ่มและให้ความร่วมมือกับผู้มีส่วนร่วมต่าง ๆเพื่อรับมือกับปัญหาสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในระบบซึ่งรวมไปถึงข้อตกลงความปลอดภัยด้านอัคคีภัยและอาคารของธุรกิจผลิตเสื้อผ้าในบังคลาเทศ (The Accord) และสถาบันอิสราในประเทศไทย (Issara Institute)

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมด้านความร่วมมือเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ที่นี่

ลักษณะการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มเทสโก้ทำให้เราได้รู้จักและร่วมมือกับบุคคลและองค์กรมากมายซึ่งสนับสนุนให้แรงงานได้มีมาตรฐานชีวิตที่ดีตามสิทธิของตน เราจึงตระหนักดีว่าในบางประเทศผู้ที่ทำงานด้านการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนั้นต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมาก กลุ่มเทสโก้ต่อต้านการขมขู่ การคุกคาม การโจมตีร่างกาย และการโจมตีทางกฎหมายที่กระทำต่อผู้ปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของเรา และจะดำเนินการอย่างถึงที่สุด

การให้การสนับสนุน

จากการทบทวนกลยุทธ์ด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มเทสโก้ครั้งล่าสุด เราได้รับคำแนะนำว่าวิธีการทำงานของเราควรจะมุ่งเน้นการใช้พลังจากการรวมมือให้มากขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในส่วนที่จำเป็น อันได้แก่

  1. ในปี 2018 กลุ่มเทสโก้จะร่วมมือกับพันธมิตรด้านจริยธรรมผู้ทำธุรกิจอาหารทะเล (Seafood Ethics Action Alliance หรือ SEAA) เพื่อให้โน้มน้าวให้รัฐบาลในประเทศผู้ผลิตอาหารทะเลซึ่งมีความเสี่ยงสูงจัดการกับปัญหาสิทธิแรงงาน
  2. การสนับสนุนโดยผ่านทีมทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศร่วมกับกระทรวงแรงงานในหลาย ๆ ประเทศเพื่อส่งเสริมเรื่องค่าจ้างและชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมสำหรับแรงงานภาคการเกษตร ซึ่งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการสื่อสารระหว่างรัฐบาลกับสหภาพแรงงาน
  3. สนับสนุนร่วมมือกับรัฐบาลของสหราชอาณาจักรในเรื่องการร้องขอการให้ความช่วยเหลือเหยื่อค้าแรงงานทาสให้มากขึ้น
  4. การสนับสนุนผ่านคู่ค้าที่สำคัญของกลุ่มเทสโก้กับรัฐบาลของประเทศในทวีปยุโรปเพื่อส่งเสริมระบบการสรรหาแรงงานอย่างเป็นระเบียบแบบแผนตามต้นแบบที่ใช้ในเทสโก้สหราชอาณาจักร
  5. การลงนามเข้าร่วมกฎบัตรความโปร่งใสของมูลนิธิความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice Foundation’s Transparency Charter) เพื่อยุติการค้าแรงงานทาสและการประมงผิดกฎหมายในทะเล

4. การบรรเทาความเสี่ยงและกลไกการร้องทุกข์

เราตระหนักถึงความจำเป็นว่า แรงงานควรจะได้เข้าถึงกลไกในการร้องทุกข์หรือรายงานปัญหาให้เป็นไปตามหลักการแห่งสหประชาชาติเพื่อให้มั่นใจว่าความกังวลต่าง ๆ นั้นได้รับการรายงานและแก้ไข กลุ่มเทสโก้ได้ประกาศจุดยืนต่อสาธารณะว่าเราจะสนับสนุนการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายและกลไกอื่น ๆ โดยไม่มีการขัดขวาง ดังนั้นบุคคลหรือชุมชนสามารถร้องทุก

พนักงานของเทสโก้ทุกคนและแรงงานในส่วนของห่วงโซ่อุปทาน “ชั้นแรก” มีการเข้าถึง “สายตรงโปร่งใส” หรือ “Protector Line” ซึ่งมีการบริหารงานอย่างอิสระเพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของพนักงาน พนักงานในชั้นอื่น ๆ ของห่วงโซ่อุปทานนั้นสามารถที่จะใช้ช่องทางร้องทุกข์นี้ได้เช่นกัน ปัญหาที่ร้องเรียนจะได้รับการตรวจสอบแต่พนักงานจะไม่ได้รับรายงานการตรวจสอบในเรื่องนี้โดยตรง “สายตรงโปร่งใส” นั้นเป็นช่องทางร้องทุกข์ที่เปิดให้บริการในภาษาท้องถิ่นตามแต่ละพื้นที่

เราสอบสวนตรวจสอบรายงานที่ได้รับในทันที ซึ่งจะดำเนินการโดยไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ร้องเรียนตามที่ผู้ร้องเรียนได้ร้องขอ จะมีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจากการให้บริการเหล่านี้ในการประชุมของคณะกรรมการด้านความเสี่ยงและการกำกับดูแลการปฏิบัติ (Risk and Compliance Committee) ในแต่ละประเทศที่เทสโก้ดำเนินธุรกิจอยู่ และจะมีการตรวจสอบในระดับของกลุ่มบริษัทโดยคณะกรรมการด้านความเสี่ยงและการกำกับดูแลของกลุ่มเทสโก้ (Group Risk and Compliance Committee) ซึ่งมีประธานกรรมการบริหารของกลุ่มเทสโก้เป็นประธานของคณะกรรมการ

เราสามารถที่จะค้นพบปัญหาในพื้นที่ได้มากขึ้นจากการปฏิบัติงานของพนักงานจัดซื้อ (Sourcing Specialist) จำนวน 45 คนซึ่งประจำอยู่ในประเทศหลักที่เราดำเนินการสรรหาสินค้าจำนวน 9 ประเทศ โดยเป็นการทำงานสื่อสารร่วมกันกับผู้มีส่วนร่วมต่าง ๆ พนักงานเหล่านี้จะสอบสวนปัญหาและดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น หากเราระบุได้เป็นที่แน่ชัดถึงกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เราจะดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรได้กำจัดอันตรายที่จะเกิดกับพนักงานออกไป โดยการร่วมมือกับองค์กรการกุศลหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรตามความเหมาะสม

เรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับห่วงโซ่อุปทานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างน้อยจำนวน 3 ห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่าภายในปลายปี 2020 แรงงานและเกษตรกรรายย่อยที่เกี่ยวข้องนั้นสามารถเข้าถึงกลไกการร้องทุกข์ได้อย่างเหมาะสมและได้รับการเยียวยาตามหลักการแห่งสหประชาชาติ

ในปี 2019 เราได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับองค์กรการกุศล Unseen ซึ่งเป็นองค์กรที่ดำเนินการสายด่วนร้องทุกข์เรื่องแรงงานทาสโดยปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระและเป็นความลับเพียงองค์กรเดียวในสหราชอาณาจักร ผู้ให้คำปรึกษาในสายร้องทุกข์นั้นมีความสามารถที่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อแรงงานทาสได้ ผู้ดำเนินธุรกิจหรือบุคคลสาธารณะทั่วไปก็สามารถแจ้งข้อสงสัยหรือความกังวลในเรื่องปัญหานี้ได้เช่นกัน เรากำลังดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ที่เป็นแหล่งจัดซื้อสินค้าหลักของเราในสหราชอาณาจักร รวมไปถึงศูนย์กระจายและจัดส่งสินค้านั้นสนับสนุนเรื่องบริการสายด่วนร้องทุกข์เพื่อที่เราจะสามารถส่งเสริมความตระหนักในเรื่องของแรงงานทาสให้กับพนักงานได้ การร่วมมือของเราไม่เพียงแค่ให้การสนับสนุนและต่อยอดงานสายด่วนร้องทุกข์เท่านั้น แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการระบุถึงประเด็นปัญหาเรื่องแรงงานทาส Unseen จะให้การสนับสนุนเราในการช่วยเหลือเหยื่ออย่างมีประสิทธิภาพ นี่เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ที่เราต้องการจะพัฒนาต่อไป

5. การควบคุมดูแลและการสื่อสาร

ในทุกปีกลุ่มเทสโก้จะรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนงาน ความเสี่ยง และแนวโน้มต่าง ๆ ผ่านแผนงานเพื่อความยั่งยืน The Little Helps Plan และรายงานต่อผู้มีส่วนร่วมในส่วนต่าง ๆ ซึ่งร่วมไปถึง Ethical Trading Initiative (ETI) รายงานที่เราจัดเตรียมสำหรับ ETI นั้นจะได้รับการตรวจสอบจากสหภาพแรงงานและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งเป็นสมาชิกของ ETI (สมาชิกที่อยู่ในการประชุมใหญ่สหภาพแรงงาน องค์กรด้านมนุษยชน CARE และ Anti-Slavery International (องค์กรนานาชาติเพื่อการต่อต้านแรงงานทาส)) หน่วยงานเหล่านั้นจะส่งรายงานความคิดเห็นกลับมาให้กับกลุ่มเทสโก้เพื่อนำไปใช้ทบทวนกิจกรรมต่าง ๆ และปรับปรุงให้เหมาะสมต่อไป กลุ่มเทสโก้เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง Sedex ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับห่วงโซ่อุปทานที่ดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบ และเราตรวจสอบติดตามข้อมูลส่วนใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มของ Sedex เราจะจัดทำรายงานติดตามข้อมูลนั้นขึ้นมาเป็นระยะ ๆ และแบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมงานฝ่ายเทคนิค (technical) ของเราเพื่อที่จะบริหารจัดการการจัดซื้อ (โดยได้รับการสนับสนุนดูแลจากฝ่ายจัดซื้ออย่างมีความรับผิดชอบ) ในรายงานประกอบไปด้วยรายละเอียดเรื่องการตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติงานในส่วนที่เป็นชั้นแรกของห่วงโซ่อุปทานและรวมไปถึงเรื่องการไม่ปฏิบัติตามข้อกำกับดูแลในการปฏิบัติงานตามกฎข้อบังคับของ ETI

ใน 6 เดือนที่ผ่านมาเราได้ดำเนินการขัดเกลาตัวชี้วัดที่เราใช้เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการตรวจสอบเชิงลึก (due diligence) ของเทสโก้สหราชอาณาจักร และยกระดับการมุ่งเน้นการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ที่มากกว่าผลการดำเนินการตรวจสอบจริยธรรม เราวางแผนที่จะเริ่มใช้กรอบการทำงานสำหรับเทสโก้สหราชอาณาจักรในปี 2019 ซึ่งรวมถึงการใช้ตัวชี้วัดเพื่อประเมินความพึงพอใจของแรงงานภายในห่วงโซ่อุปทานของเรา เช่น ในเรื่องของแรงงานที่กลับมาทำงานกับเราซ้ำหรือเรื่องอัตราการลาออกของแรงงาน ในปัจจุบันกลุ่มเทสโก้ได้ทำงานร่วมกับคู่ค้า องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และสหภาพแรงงานในการพัฒนากรอบการทำงานนี้และจะปรึกษาหารือกับหน่วยงานเหล่านี้ต่อไปเมื่อเราเก็บข้อมูลเบื้องต้นได้แล้ว เรายังปรึกษาและทำงานร่วมกับผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับประเด็นความท้าทายในเรื่องสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานของเรา โดยเฉพาะกับผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้ออย่างมีความรับผิดชอบซึ่งประจำอยู่ใน 9 ประเทศหลักที่กลุ่มเทสโก้ดำเนินการจัดซื้อสินค้า

การที่กลุ่มเทสโก้เป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือต่าง ๆ นั้นถือเป็นอีกช่องทางที่เราสามารถติดตามผลงานขององค์กรในเรื่องสิทธิมนุษยชนได้ เช่น ในโครงการมาลาวี 2020 เราติดตามผลการดำเนินโครงการกับเกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง พบว่าในปี ค.ศ. 2018 ผู้หญิงที่เข้าร่วมฝึกอบรมทางด้านกสิกรรมนั้นมีผลผลิตมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมถึงร้อยละ 15-20

ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจ กลุ่มเทสโก้มุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาเครื่องมือประเมินผลการดำเนินงานในด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เราตั้งใจที่จะเผยแพร่การประเมินผลการปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างน้อย 3 ห่วงโซ่อุปทานใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเราจะนำผลการประเมินนั้นไปปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร การประเมินแต่ละรายการจะมุ่งเน้นไปที่หนึ่งผลิตภัณฑ์ในหนึ่งประเทศและจะรายงานผลการประเมินโดยแบ่งตามประเภทผลกระทบสำหรับกลุ่มเพศหญิงและเพศชาย แรงงานอพยพและแรงงานในพื้นที่ และแรงงานและเกษตรกรรายย่อยตามความเหมาะสม

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย