5 เทคนิคลดความชื้นในบ้าน

5 เทคนิคลดความชื้นในบ้าน

11 กรกฎาคม 2561
ความชื้นภายในบ้านอาจเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ ? ความชื้นเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดโรคหอบหืดและภูมิแพ้สำหรับผู้อยู่อาศัยได้ เรื่องที่หลายคนอาจมองข้ามไปนั้นอาจไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิด ยิ่งเป็นเรื่องภายในบ้านยิ่งต้องใส่ใจทุกรายละเอียด วันนี้ทางเรามีเทคนิคดี ๆ มาแนะนำ เพื่อป้องกันและลดความชื้นภายในบ้าน รับรองว่าปลอดภัย เชื้อโรคไม่มาอาศัยแน่นอน!

เปิดพัดลมระบายอากาศก่อนและหลังอาบน้ำ
อีกหนึ่งสถานที่ที่มีความอับชื้นที่สุดภายในบ้านคือ “ห้องน้ำ” ทริคแรกที่อยากจะแนะนำคือ การเปิดพัดลมระบายอากาศก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำ เพราะถือว่าเป็นตัวช่วยลดความอับชื้นก่อนการอาบน้ำ นอกจากนี้ยังสามารถปล่อยให้พัดลมทำงานต่อเนื่องหลังอาบน้ำเสร็จ โดยการเปิดทิ้งไว้ 15 นาที เพื่อเป็นการระบายอากาศหลังการอาบน้ำออกให้จนหมด ช่วยลดปัญหาเชื้อรากวนใจได้เยอะเลย

วิธีลดฝ้าบนกระจก
เมื่อความชื้นในห้องเพิ่มขึ้น ฝ้าก็อาจตามมาได้ ใครที่มีกระจกรอบ ๆ บ้านอาจสังเกตถึงปัญหานี้ได้บ่อยครั้ง ฝ้าบนกระจกเกิดขึ้น เกิดจากการที่อากาศในห้องเย็นกว่าข้างนอก ทำให้ผิวกระจกด้านในเย็นและเกิดฝ้าได้ วิธีแก้ปัญหานั้นทำได้ง่าย ๆ โดยการปรับอุณหภูมิให้ด้านในและด้านนอกมีความเย็นที่สมดุลกัน หรือแง้มกระจกให้ลมด้านนอกเข้ามา ก็จะช่วยเพิ่มความสมดุลได้มากขึ้น

ปรับอุณหภูมิของน้ำ
อีกวิธีหนึ่งคือ การเปลี่ยนอุณหภูมิน้ำที่อาบ การปรับอุณหภูมิของน้ำที่อาบให้เย็นลง ก็ถือว่าเป็นการลดความชื้นที่ดีท่ีสุดวิธีหนึ่งเลย เพราะการอาบน้ำอุ่นเป็นเวลานานสามารถก่อให้เกิดไอน้ำจำนวนมาก ซึ่งทำให้ไอน้ำไปเกาะบนกระจกผนังห้องน้ำ วิธีนี้จึงถือว่าได้ผลเร็วที่สุด แถมยังมีประสิทธิภาพดียิ่งกว่าการเปิดพัดลมระบายอากาศอีกค่ะ พัดลมเป็นสิบตัวหรือจะสู้การอาบน้ำเย็น แค่เปลี่ยนอุณหภูมินี่แหละ ที่ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดจริง ๆ

เปิดกระจก การเปิดกระจกแง้มเข้ามาในบ้าน
สามารถช่วยถ่ายเทและระบายอากาศได้เป็นอย่างดี หรืออาจใช้วิธีแง้มประตูห้องน้ำในระหว่างที่เปิดพัดลมระบายอากาศ ถือว่าเป็นการช่วยถึงสองเท่าเลยทีเดียวค่ะ แค่นี้ก็สามารถทำให้อากาศถ่ายเทสะดวกมากขึ้นไปอีก

พัดลม
สุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญคือการเช็กพัดลม ด้วยความที่ห้องน้ำเป็นจุดที่เกิดความชื้นที่สุดภายในบ้าน ดังนั้นเราจึงต้องเช็กด้วยว่า ตัวช่วยสำคัญของเรานั้นมีประสิทธิภาพจริงไหม โดยสามารถวัดจาก CFM ของพัดลม หรือคิวบิคฟุตต่อนาที ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่การเลือกพัดลมที่เหมาะสมถือว่าสำคัญมาก ๆ หากพัดลมระบายอากาศเล็กกว่าห้องน้ำมาก การทำงานก็จะทำได้ไม่เต็มที่นัก

สำหรับใครที่เคยมองข้ามปัญหาเหล่านี้ อาจลองย้อนกลับมาสำรวจพฤติกรรมตนเองว่าสามารถปรับเปลี่ยนอันไหนได้บ้าง หากรีบแก้ปัญหาตั้งแต่ตอนนี้ ยังถือว่าเป็นการป้องกันโรคภัยที่อาจเกิดจากความชื้นได้อีกด้วยค่ะ อย่าลืมนำเอาคำแนะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันกัน ค่อย ๆ แก้ทีละจุด แค่นี้ก็สามารถป้องกันไม่ให้บ้านเรามีความชื้นจนเกินไปได้แล้วค่ะ
View23.5K
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย