เลือก

เลือก "กินเจ" แบบไหนไม่ให้อ้วน

27 กันยายน 2561
ถึงเทศกาลกินเจทีไร ก็แอบหวั่นใจลึก ๆ ว่าน้ำหนักจะต้องขึ้นแน่นอน เพราะอาหารการกินจะมาในรูปแบบของทอด แป้งและความมัน แต่อยากว่าให้คุณตัดความคิดเก่า ๆ ทิ้งไปได้เลย เพราะการเลือกทานเจหรือมังสวิรัติในพ.ศ.นี้ เป็นยุคที่เน้นการรักสุขภาพควบคู่ไปพร้อมกับการทำบุญได้เลยค่ะ วันนี้เราเลยอยากแชร์เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณเลือก “กินเจได้แบบไม่อ้วน” เป็นสิ่งที่ไม่ได้ยากเลย แค่ต้องเลือกสิ่งที่ดีต่อร่างกายแทนการเลือกทานแป้งหรือไขมันแบบเมื่อก่อนเท่านั้นเอง แค่นี้คุณก็สวยไป ได้บุญไปแล้วล่ะค่ะ


กินเจด้วยจานสลัดผักทุกมื้อเย็น
การทานผักถือเป็นการนำของมีประโยชน์เข้าร่างกาย และโดยที่เฉพาะใครที่อยู่ในช่วงของการงดทานแป้งและกำลังควบคุมน้ำหนัก แนะนำให้ทาน “สลัดผัก” เป็นมื้ออาหารเย็น ในช่วงเทศกาลเจปีนี้กันได้เลย แต่ปรับเนื้อสัตว์ที่ทานคู่สลัดเป็นโปรตีนเกษตรอบกรอบหรือธัญพืชอบกรอบ ผลไม้สด ผักย่างอย่างฟักทองหรือเห็ด ทานด้วย
น้ำสลัดใสหรือน้ำสลัดจากผลไม้ รับรองได้เลยว่า ไม่เลี่ยนแล้วยังได้หุ่นสวยแทนไขมันเกาะติดร่างกายอย่างแน่นอน

ควรทานผักอะไรดี ?
- มะเขือเทศ : มะเขือเทศเป็นผักที่ให้ความสดชื่นกับร่างกาย และมีรสชาติตัดกับผักใบเขียวได้เริ่ดมาก ๆ สีแดงของมะเขือเทศนั้นมีสารไลโคปีน แคโรทีนที่มีส่วนช่วยในการปกป้องการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
นอกจากนี้ในมะเขือเทศยังอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและโพแทสเซียม วิตามินซีและอี ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดีทีเดียว ยิ่งคนที่ต้องการลดน้ำหนัก บอกเลยว่าทานมะเขือเทศเยอะ ๆ แทนการทานขนม แบบนี้ดีเยี่ยม!
- ผักโขม : ผักโขมสด ๆ นี่แหละกินดีได้ประโยชน์ เพราะเป็นผักที่มีโปรตีนสูง มีกรดอะมิโนชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงวิตามินรวมและแร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียมและเหล็ก ทานดีได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีขึ้น สำหรับสตรีมีครรภ์แนะนำให้ทานผักโขมเป็นประจำ เพราะจะช่วยบำรุงนำ้นมสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนได้ดีมาก ๆ นอกจากนี้แล้วนั้น สารลูทีนและเซอักแซนทินในผักโขมยังช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย


เลือกทานคาร์โบไฮเดรตแบบชาญฉลาด
พอนึกถึงอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งชนิดต่าง ๆ แล้ว สาว ๆ หลายคนก็เริ่มนอยด์กับการทานอาหารเจ
ใช่ไหมละคะ เพราะกลัวน้ำหนักหุ่น พุงย้วยต่อเนื่อง แต่บอกเลยว่าจริง ๆ แล้วสารอาหารจำพวกนี้ก็ยังจำเป็นกับร่างกายของคุณอยู่ดีนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเราต้องเลือกที่กินให้ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสำหรับใครที่กินเจแล้ว
ก็ต้องยิ่งคัดสรรอาหารจำพวกนี้ และกินอย่างถูกวิธี เช่น การเลือกทานข้าวไม่ขัดสี ข้าวไรซ์เบอรีแทนข้าวขัดสี หรือจะเลือกทานเป็นขนมปังโฮลวีตแทนขนมปังขาว ก็จะให้ประโยชน์ในการเพิ่มกากใยอาหารและวิตามินที่มากขึ้น

มื้อเจเลือกทานเมนูไหนจากคาร์โบไฮเดรตดีนะ?
- แซนวิชผลไม้สด : จัดมื้อเช้าเบา ๆ ที่ได้สารอาหารครบถ้วนอย่าง “แซนวิชผลไม้สด” เพียงเลือกใช้ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น ทาด้วยแยมผลไม้รวม ตามด้วยผลไม้สดหั่นชิ้นวางลงไป ประกบด้วยขนมปังอีกหนึ่งแผ่นแล้วหั่นครึ่ง ทานคู่กับน้ำผลไม้สักแก้ว เท่านี้ก็มีพลังพร้อมลุยงานได้แบบเต็มที่แล้ว
- ข้าวอบธัญพืช : เลือกข้าวกล้อง อบกับธัญพืชชนิดต่าง ๆ จะเพิ่มฟองเต้าหู้ หน่อไม้จีน และผักชนิดต่าง ๆ อย่างแครอท เห็ดหอมสด ลงไปคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงเจ และเผือกกวน อบในหม้อหุงข้าวแสนง่ายดาย เมื่อสุกก็จะได้ "ข้าวอบธัญพืช" ที่กลิ่นหอม รสชาติอร่อยลงตัวแบบไม่ต้องใส่น้ำมันก็ฟินได้


ติดนิสัยปรุงรสเยอะ บอกเลยว่าเลิกซะ!
เรื่องนี้แนะนำว่าควรลงมือทำกันเลยค่ะ ไม่ใช่แค่เทศกาลกินเจเท่านั้น แต่ก็ควรฝึกให้เลิกนิสัยที่ชอบปรุงรสไปเรื่อย ยิ่งปรุงยิ่งหนักมือ เพราะจะมีผลต่อระบบภายในร่างกาย เช่น หากคุณปรุงเค็มหนักเกินไปก็อาจมีผลต่ออวัยวะไตได้ในอนาคต หรือถ้าติดรสเปรี้ยว บอกได้เลยว่าอีกไม่นานกระเพาะของคุณมีปัญหาแน่ ๆ สำหรับใครที่ติดความหวานยิ่งน่าเป็นห่วงมาก ๆ เพราะทำให้เสียสุขภาพ เสียหุ่นสวย และก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาอีกเพียบเลยล่ะ โดยเฉพาะในเทศกาลกินเจแบบนี้ ที่มีหัวใจสำคัญในการสร้างบุญและหลีกเลี่ยงซึ่งการปรุงแต่งในรูปรสกลิ่น การเลือกทานรสชาติแบบคลีน ๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถปรุงรสชาติอะไรได้เลยนะ แค่เลือกปรุงให้พอดี เท่านี้ก็ไม่เสียสุขภาพแล้ว

ปรุงแบบเจ แบบไหนถึงจะพอดี?
เครื่องปรุงสำหรับเมนูอาหารเจ ในปัจจุบันมีให้เลือกสรรมากมาย คุณควรเลือกให้ถูกประเภทของวิธีการปรุงจะดีที่สุด เช่น ถ้าเป็นอาหารเจจานสเต็กเจหรือของทอดเจ ให้เน้นการโรยเกลือเล็กน้อยเพื่อให้มีรสชาติแทนการปรุงด้วยซอสปรุงรสแบบหนักเค็ม หรือถ้าเป็นเมนูขนมหวานเจ เน้นการใช้น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลไม่ฟอกสีแทนน้ำตาลทรายขาวที่ผ่านกระบวนการขัดสีจนทำให้วิตามินต่าง ๆ ลดน้อยลง เป็นต้น


เน้นทานผลไม้รสเปรี้ยวแทนผลไม้หวานฉ่ำที่ให้น้ำตาลเยอะเกินไป
ถึงแม้ว่าในช่วงกินเจ จะสามารถทานขนมได้หลากหลายชนิด แต่ก็ทำเอาน้ำหนักขึ้นได้ง่าย ๆ หากไม่ควบคุม
ข้อแนะนำสำหรับใครที่กินเจแล้วก็กำลังควบคุมน้ำหนักไปในตัว ก็ลองหันมาทานผลไม้แทนขนมหวานดูนะคะ
แต่เดี๋ยวก่อน! “ใช่ว่าจะเลือกทานผลไม้อะไรก็ได้ ยังไงก็ไม่อ้วน” เพราะมีผลไม้หลายชนิดที่ให้น้ำตาลสูงมาก หวานมาก ก็ไม่ดีต่อร่างกายเหมือนกันนะ ควรหันมาทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวหรือผลไม้จำพวกตระกูลเบอร์รีจะเหมาะกว่า เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ฯลฯ นอกจากทานได้แบบเพียว ๆ แล้วยังนำไปประยุกต์ทานกับอาหารชนิดต่าง ๆ ได้อีกมากมาย เช่น สลัดหรือตำผลไม้รวม แซนวิชผลไม้ ฯลฯ

ผลไม้รสเปรี้ยวให้ประโยชน์อะไรบ้าง?
- สตรอว์เบอร์รี : ผลไม้ตระกูลเบอร์รีที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ เพราะมีวิตามินซี ที่มีส่วนในการซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ที่ถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระนั่นเอง นอกจากนี้ยังช่วยในการมองเห็น ลดริ้วรอย กำจัดคอเลสเตอรอลได้ดี และช่วยย่อยอาหารได้ดีมาก ๆ เช่นกัน
- สับปะรด : ผลไม้ที่คนไทยและประเทศเมืองร้อนคุ้นเคยอย่างสับปะรด มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวแบบนี้ ก็อุดมไปด้วยสารอาหารและแหล่งวิตามินดี ๆ มากมาย มีประโยชน์ในการช่วยรักษาอาการหวัด ช่วยลดอาการอักเสบจากบาดแผล และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงขึ้น
 
เคล็ดลับที่เราแนะนำสำหรับคนที่ทานเจแต่ก็ไม่อยากเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวเอง ลองนำไปปรับใช้ดูสำหรับการทานเจในปีนี้ของคุณกันดูนะคะ รับรองว่านอกจากอิ่มบุญแล้ว ยังได้สุขภาพที่ดีต่อเนื่องไปแบบยาว ๆ กันเลย ติดตามเคล็ดลับและเรื่องน่ารู้ดี ๆ แบบนี้กันได้ที่ บล็อกเล่าเก้าสิบ ที่นี่เลย
View12.6K
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย