พัดลม” พัดความร้อน แบบไหนใช่สำหรับเราที่สุด!

พัดลม” พัดความร้อน แบบไหนใช่สำหรับเราที่สุด!

5 เมษายน 2562
อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้เปิดแอร์เย็นๆ ก็คงสบายไม่ใช่น้อย แต่ถ้าจะให้เปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืนคงไม่ไหว เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสมในราคาประหยัดกว่าความเย็นอาจจะต่างกันแต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แถมประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วยนั่นก็คือ “พัดลม” ซึ่งมีให้เลือกซื้อ เลือกใช้ ได้หลายแบบตามความสะดวก เช่น พัดลมตั้งโต๊ะ พัดลมตั้งพื้น และพัดลมติดเพดาน เป็นต้น แต่หลายคนอาจจะเคยมีคำถามอยู่ในใจว่า แล้วควรจะเลือกซื้อแบบไหนดีล่ะ งั้นวันนี้เรามาลองทำความรู้จักกับพัดลมแต่ละแบบกันดีกว่าว่า แบบไหนจะใช่สำหรับเราที่สุด!

เทคนิคในการเลือกซื้อพัดลม

1.ควรพิจารณาถึงจำนวณคนและพื้นที่ในการใช้งาน
เพราะการที่คุณจะตัดสินใจซื้อพัดลม คุณต้องทราบดีอยู่แล้วว่าจะนำไปตั้งที่ไหน ตั้งในห้องนอน ห้องครัว หรือ ห้องนั่งเล่น พัดลมแต่ละประเภทก็จะตอบโจทย์ในการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่น ถ้าใช้ 1 - 2 คน ควรเลือกซื้อพัดลมแบบตั้งโต๊ะ เพราะพัดลมประเภทนี้จะมีขนาดมอเตอร์ที่เล็กกว่าและกำลังไฟฟ้าที่ใช้น้อยกว่าจึงช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าพัดลมแบบตั้งพื้นและเพดาน

2.จำนวนใบพัด ก็ต้องคิดถึงเช่นกัน
พัดลม 3 ใบพัด กับ 4 ใบพัด ถึงขนาดวัตต์และขนาดใบพัดเท่ากันก็จะเปลืองไฟต่างกัน เพราะถ้าเลือกซื้อ พัดลม 4 ใบพัด แน่นอนจะให้ลมเย็นได้มากกว่า เพราะมีพื้นที่ต้านลมมากกว่าและต้องใช้แรงมากกว่า ทำให้ค่าไฟสูงกว่าขนาด 3 ใบพัด ส่วนการเลือกความแรงในการเปิดพัดลมก็ทำให้สิ้นเปลืองไฟมากขึ้น ใช้ความแรงและความเร็วของลมให้เหมาะสม คำนึงด้วยว่ายิ่งเปิดพัดลมแรงและเร็วมาก ยิ่งใช้ไฟฟ้ามากขึ้นด้วย

3.ควรเลือกซื้อพัดลมตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะแทนพัดลมติดเพดาน
พัดลมติดเพดานจะกินไฟมากกว่าพัดลมตั้งโต๊ะ เพราะใบพัดมีขนาดใหญ่และยาวกว่า ใช้เหล็กเป็นวัสดุ มอเตอร์จึงต้องใช้แรงในการหมุนมากย่อมกินไฟเพิ่มตามไปด้วย การเลือกซื้อพัดลมตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้มากพอสมควรเพราะใช้กระแสไฟฟ้าน้อยกว่าพัดลมเพดานประมาณครึ่งหนึ่ง

4.เลือกพัดลมระบบธรรมดาดีกว่าพัดลมระบบที่มีรีโมทคอนโทรล
เมื่อก่อนเวลาจะเปิด - ปิดแต่ละครั้งต้องเดินมากดหรือปรับระดับความแรงที่ตัวพัดลมเอง แต่เดี๋ยวนี้สามารถควบคุมการใช้งานผ่านรีโมทคอนโทรลได้แล้ว แต่อะไรที่ช่วยอำนวยความสะดวกของเราก็มักจะมาพร้อมค่าไฟที่สูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเสียเวลากับความสะดวกในการเดินไปกดปุ่มที่ตัวเครื่องซักนิดจะช่วยประหยัดค่าไฟลงไปได้เยอะเลย
 
5. เลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และมีเครื่องหมายมาตรฐานรับรองความปลอดภัย
ฉลากประหยัดไฟ คือ ฉลากที่บ่งบอกระดับการใช้ไฟฟ้าและข้อมูลเบื้องต้นต่างๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างเช่น ค่าใช้จ่ายต่อปี ประสิทธิภาพในการใช้งานและประหยัดพลังงาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ดังนั้นการเลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยประหยัดไฟและเงินในกระเป๋าของคุณได้ ส่วนพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานบังคับรับรองความปลอดภัยหรือที่เราเรียกว่า (มอก.) นั้นได้รับการทดสอบมาแล้วว่าใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าไม่สิ้นเปลืองพลังงานเสียเปล่าไป นอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าพัดลมที่ซื้อมาสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย เพราะหากซื้อพัดลมที่ไม่มีมาตรฐานรับรองอาจเกิดอันตรายระหว่างการใช้งานได้
 
พอทราบถึงความแตกต่างของพัดลมแต่ละแบบแล้ว มี 5 วิธีใช้พัดลมยังไงให้ประหยัดไฟมากขึ้นมาฝากกันค่ะ

1. เปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทำได้
หากอากาศไม่ได้ร้อนจนเกินไปนักควรเปิดหน้าต่างเพื่อใช้ลมธรรมชาติแทน จะช่วยทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกมากขึ้น
และอากาศในบ้านก็จะเย็นลงด้วย โดยไม่ต้องปรับระดับความเร็วลมแรงๆ ถือเป็นการช่วยประหยัดค่าไฟในตัว

2. ปรับระดับความแรงลมพอสมควร
การปรับระดับความแรงหรือความเร็วลมให้พอดีเหมาะสมกับสถานที่และความต้องการ เพราะยิ่งเปิดลมแรงอยู่ตลอดเวลา เกินความจำเป็น นั่นคือการใช้ไฟฟ้าก็เพิ่มมากขึ้นด้วย และยิ่งทำให้เปลืองไฟไปอีก หากอากาศมันไม่ได้ร้อนขนาดนั้น การเปิดพัดลมเบอร์กลางๆ ก็น่าจะช่วยคลายความร้อนได้แล้ว

3. ถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อไม่มีการใช้งาน
ถึงแม้ว่าเราจะปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลังจากใช้งานแล้ว แต่การที่ยังเสียบปลั๊กค้างเอาไว้ จะทำให้กระแสไฟยังคงวิ่งอยู่ตลอดเวลา และทำให้คุณเสียค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุ อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำกัน ดังนั้นเมื่อไม่มีการใช้งานก็ควรถอดปลั๊กออกทุกครั้ง นอกจากจะช่วยประหยัดไฟแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากไฟฟ้าลัดวงจรอีกด้วย

4. ตั้งพัดลมในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
เปิดหน้าต่างหรือวางพัดลมในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก จะช่วยระบายอากาศและทำให้ลมสามารถพัดผ่านเข้ามาในตัวบ้านได้ ทำให้อากาศในบ้านเย็นลง เพื่อให้มอเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟแล้ว ยังช่วยทำให้พัดลมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น

5. เช็ดทำความสะอาดพัดลมอยู่เสมอ
รู้หรือไม่ว่าการหมั่นเช็ดทำความสะอาดพัดลมส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ช่องลมตรงฝาครอบมอเตอร์ของพัดลมซึ่งเป็นช่องระบายความร้อนของพัดลม ตะแกรงครอบ แผงหุ้มมอเตอร์ หากมีคราบฝุ่นละอองเกาะจับมากๆ จะช่วยประหยัดค่าไฟ เพราะหากมีฝุ่นเยอะเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้มอเตอร์ใช้งานหนักมากขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพของมอเตอร์ลดลง และทำให้สิ้นเปลืองไฟเพิ่มขึ้นด้วย
 
เห็นไหมว่าการเลือกซื้อพัดลมให้เหมาะสมกับบ้านเรานั้นไม่ยากเลย โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อพัดลมให้เหมาะกับการใช้งานและเพื่อความปลอดภัยควรเลือกซื้อพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรอง หากมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ด้วยยิ่งดี รวมไปถึงวิธีการใช้ และการดูแลรักษาพัดลม ที่จะช่วยประหยัดค่าไฟให้คุณยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอากาศร้อนแค่ไหน หากคุณเลือกใช้พัดลมให้ถูกวิธีก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้ไม่น้อย พบกับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์ และโปรโมชั่นสุดพิเศษ ได้ที่ เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาใกล้บ้านคุณนะคะ
 
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://portal.weloveshopping.com/blog/9531/guidetobuyfan
http://www.pd.co.th/th/article/detail/225/วิธีการเลือกซื้อและใช้พัดลมให้ประหยัดไฟ

View2.3K
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย