“พริก” ไม่ได้มีดีที่เผ็ด แต่แฝงด้วย ประโยชน์ดีๆ ที่ยังไม่รู้

“พริก” ไม่ได้มีดีที่เผ็ด แต่แฝงด้วย ประโยชน์ดีๆ ที่ยังไม่รู้

8 พฤษภาคม 2562
ถ้าพูดถึง “พริก” หลายคนคงนึกถึงพืชสวนครัวที่มีรสชาติเผ็ด ซึ่งเป็นรสชาติคุ้นลิ้นคนไทยมานาน แต่รู้ไหมว่าพริกไม่ได้มีดีสำหรับปรุงอาหาร แต่แฝงด้วยคุณประโยชน์ดีๆ มากมายที่ดีต่อร่างกาย วันนี้เรามาทำความรู้จัก ‘พริก’ ให้มากขึ้นกันค่ะ

รอบรู้เรื่องพริก
พริก เป็นพืชสวนครัวประเภทหนึ่งที่ให้รสชาติเผ็ด ความเผ็ดมาจากสารชื่อ “แคปไซซิน” ที่มีอยู่มากในบริเวณเยื่อแกนกลางสีขาว (คือส่วนเผ็ดมากที่สุด) ส่วนเปลือกและเมล็ดจะมีสารนี้น้อย แต่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าส่วนเมล็ดและเปลือกคือส่วนที่เผ็ดที่สุด แถมสารชนิดนี้ยังทนทานต่อความร้อนและความเย็นได้ดี ทำให้ไม่ว่าจะนำมาต้มให้สุกหรือแช่แข็ง พริกก็ยังให้รสชาติเผ็ดร้อนอยู่ดี
ในประเทศไทย จะแบ่งพริกเป็น 2 กลุ่ม คือ  “กลุ่มพริกผลใหญ่” กับ “กลุ่มพริกผลเล็ก”

กลุ่มพริกผลใหญ่ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
1. พริกชี้ฟ้า พริกมัน พริกหนุ่ม และพริกเหลือง กลุ่มนี้รสชาติค่อนข้างเผ็ดจัดเต็ม

2. พริกหยวก อย่างที่รู้ๆ กัน คือมีรสชาติเผ็ดน้อย เผ็ดแบบเบาๆ พอรู้สึกได้

3. พริกหวาน หรือพริกยักษ์ จะมีรสชาติเผ็ดอยู่น้อยมาก

กลุ่มพริกผลเล็ก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. พริกขี้หนูผลใหญ่ รสชาติเผ็ดร้อนแรง ตัวอย่างเช่น พริกพันธุ์จินดา พันธุ์หัวเรือ พันธุ์ห้วยสีทน เป็นต้น
2. พริกขี้หนูผลเล็ก รสชาติเผ็ดจัดจ้านสุดๆ ตัวอย่างเช่น พริกขี้หนูสวน พริกกะเหรี่ยง พริกตุ้ม พริกขี้นก
แต่ถ้าจะให้จัดอันดับความเผ็ดของพริกแต่ละชนิดให้เห็นภาพที่สุด คงเรียงลำดับคร่าวๆ ได้ตามนี้เลยค่ะ 
พริกขี้หนู > พริกเหลือง > พริกชี้ฟ้า > พริกหยวก > พริกหวาน เป็นต้น
 
ประโยชน์ดีๆ ของพริกที่ควรรู้
รู้หรือไม่ว่า นอกจากความเผ็ดแล้ว พริกยังแฝงไปด้วยประโยชน์ดีๆ อีกมากมาย ในพริกอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ อย่าง วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินซี ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ใยอาหาร โดยมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ได้แก่

1. ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ สารแคปไซซินในพริกมีสาร thermogenic ที่ก่อความร้อนในร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายได้ดี
2. ช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้ต่อมน้ำลายทำงานมากขึ้น จนไปกระตุ้นปลายประสาทรับรู้ความอยากอาหาร
3. บำรุงสายตา เพราะมีวิตามินเอและวิตามินซีอยู่ค่อนข้างมาก
4. ช่วยให้จมูกโล่ง หายใจสะดวกขึ้น  ที่เราทานพริกแล้วจะมีอาการน้ำมูก น้ำตาไหล เป็นการช่วยลดปริมาณน้ำมูก และสิ่งกีดขวางในทางเดินระบบหายใจ ทำให้จมูกโล่ง ลดอาการคัดจมูก
5. ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น สารแคปไซซินสามารถยับยั้งการหดตัวของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ได้ดี ช่วยเสริมสร้างผนังหลอดเลือดให้แข็งแรงขึ้น
6. ควบคุมคอเลสเตอรอล คือ ควบคุมระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีให้คงที่ และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี
7. ป้องกันโรคโลหิตจาง พริกมีธาตุเหล็กอยู่พอสมควร รวมถึงยังมีทองแดงที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีกรดโฟลิกที่ช่วยเสริมให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแข็งแรง
8. ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง วิตามินซีในพริกยับยั้งการสร้างสารก่อมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร เบต้าแคโรทีนลดอัตราการกลายพันธุ์ของเซลล์ และทำลายเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอดและมะเร็งช่องปาก
9. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยลดการจับกลุ่มของเกล็ดเลือด ละลายลิ่มเลือด ให้เลือดไม่จับตัวเป็นก้อน จนอุดตันหลอดเลือด
 
เห็นไหมคะว่า พริกเม็ดเล็กๆ แต่มีคุณประโยชน์มากมายช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากทานเผ็ดมากไป ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เหมือนกัน และถ้าหากอยากได้พริกดีๆ ในการประกอบอาหารมื้อต่อไป อย่าลืมแวะไปช้อปที่ เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาใกล้บ้านคุณนะคะ

 
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.tkpark.or.th

https://health.kapook.com/view1599.html

https://medthai.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81/
View859
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย