ไข้หวัดใหญ่อันตราย แต่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ไข้หวัดใหญ่อันตราย แต่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

9 พฤษภาคม 2562
เมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าฝน นอกจากความชุ่มฉ่ำของสายฝนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแล้ว ทั้งความชื้นและความหนาวเย็นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ “โรคไข้หวัดใหญ่” ยิ่งครอบครัวไหนที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ รวมไปถึงผู้มีโรคประจำตัว ยิ่งต้องระวังให้มาก เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เจ็บป่วยได้ง่าย เจ็บป่วยทีจะเป็นนานและหายช้า ดังนั้นเรามาทำความรู้จักไข้หวัดใหญ่ เพื่อเตรียมรับมือในช่วงหน้าฝนกันดีกว่าค่ะ

โรคไข้หวัดใหญ่ คืออะไร
โรคที่เกิดจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยที่รุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ พบมากในฤดูฝนและฤดูหนาว เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล สามารถจำแนกออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ชนิดเอ บี และซี โดยที่พบมากที่สุด คือ ไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ (H1N1) (H3N2) รองลงมาได้แก่ ชนิด บี และชนิดซีพบการระบาดได้น้อย โรคไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการเริ่มต้นเหมือนไข้หวัดแต่อาจมีความรุนแรงทำให้เกิดปอดอักเสบ และเสียชีวิตได้

สาเหตุหลักที่ทำให้ “ไข้หวัดใหญ่” ติดต่อกันอย่างรวดเร็ว
1. ได้รับเชื้อปนเปื้อนที่มากับละอองฝอยจากการไอ หรือจาม ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

2. ได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
 เช่น แก้วน้ำ ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น
 
อาการของโรคไข้หวัดใหญ่
    มักจะเกิดขึ้นทันทีทันใดด้วยอาการไข้สูง ตัวร้อน หนาว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะที่หลัง ต้นแขน ต้นขา ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ โดยในเด็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงได้มากกว่าผู้ใหญ่ ส่วนอาการคัดจมูก จาม เจ็บคอ พบเป็นบางครั้งในไข้หวัดใหญ่แต่จะพบในไข้หวัดมากกว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง หายป่วยได้โดยไม่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล อาการจะทุเลาและหายป่วยภายใน 5 – 7 วัน แต่บางรายที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง จะพบอาการหายใจเร็ว เหนื่อย หอบ หายใจลำบาก ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้


ประสิทธิภาพวัคซีนไข้หวัดใหญ่
     วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคประมาณ 70 - 90% แต่ในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิต้านทานร่างกายไม่แข็งแรง การตอบสนองต่อวัคซีนอาจลดลง อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังมีประโยชน์ในการลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน โอกาสที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตลงได้
แล้ว “ไข้หวัดใหญ่” ป้องกันได้หรือไม่?
     คำตอบคือ ป้องกันได้! ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้ง ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ และชนิดบี
ช่วงเวลาของการฉีดวัคซีน
    การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดก่อนช่วงที่จะมีการระบาดของโรค สำหรับประเทศไทยควรฉีดระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายนของทุกปี โดยร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคหลังฉีดวัคซีนประมาณ 2 สัปดาห์ ที่สำคัญการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สามารถเปลี่ยนสายพันธุ์ได้บ่อย จึงแนะนำให้ฉีดทุกปี เพราะวัคซีนที่ผลิตในแต่ละปีจะเป็นวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในปีนั้นๆ


ผู้ที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรค “ไข้หวัดใหญ่” ได้แก่
1. ผู้ที่อายุ 65 ปี ขึ้นไป
2. เด็กที่อายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี
3. ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง
4. ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
5. บุคคลที่เป็นโรคอ้วน (น้ำหนัก 100 กก.ขึ้นไป)
6. ผู้ที่พิการทางสมอง ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
7. บุคคลในครอบครัวของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
 
ควรดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกล “ไข้หวัดใหญ่”
1. หมั่นล้างมือบ่อยๆ 
2. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น 
3. ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด 
4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 
5. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด และอากาศไม่ถ่ายเท
6. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
 
ถึงแม้ว่าไข้หวัดใหญ่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าหากเรารู้เท่าทัน เตรียมรับมือป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวได้ทันท่วงที “ไข้หวัดใหญ่” ก็ไม่ใช่โรคที่น่ากลัวอีกต่อไป อย่างไรอย่าลืมดูแลตัวเองและคนที่คุณรักตลอดหน้าฝนนี้ด้วยนะคะ
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/influenza-can-prevented-by-vaccination

http://www.sikarin.com/

https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/influenza-prevention

https://www.bumrungrad.com/th/Infographic/influenza-flu-prevention

https://health.kapook.com/view173689.html


 
View848
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย