มนุษย์เงินเดือนฟังทางนี้! ลาออก ตกงาน เลิกจ้าง มีสิทธิได้เงินชดเชยจากประกันสังคม

มนุษย์เงินเดือนฟังทางนี้! ลาออก ตกงาน เลิกจ้าง มีสิทธิได้เงินชดเชยจากประกันสังคม

14 พฤษภาคม 2562
การลาออก ตกงาน เลิกจ้าง เป็นเรื่องปกติของการทำงานที่บางครั้งเราไม่ทันตั้งตัว วางแผน หรือเตรียมใจมาก่อน แต่ถ้าเราตกงานยังไม่มีงานทำ เราจะต้องดำเนินการอะไรกับประกันสังคมหรือไม่ แล้วมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยอะไรไหม หรือสิทธิ์อื่นๆ ที่เคยได้ เช่น ค่ารักษาพยาบาล จะยังคงได้รับเหมือนเดิมหรือเปล่า เราขอแนะนำขั้นตอนในการจัดการสิทธิประกันสังคมของตัวเองง่ายๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนว่าต้องจัดการยังไงบ้างกับสิทธิประกันสังคมของตัวเอง

แจ้งประกันสังคม เพื่อรับเงินชดเชยว่างงาน 
เมื่อลาออกจากงานแล้ว ในช่วงที่ยังไม่มีงานใหม่ทำ เราสามารถขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงานเพื่อขอรับเงินชดเชย ได้ตามขั้นตอนดังนี้ 

1. ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน 
สามารถขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานผ่านอินเทอร์เน็ต ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานจัดหางาน empui.doe.go.th ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลาออก ถ้าเกินกำหนดจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ย้อนหลังได้ 

2. ยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7)
จากนั้นให้ยื่นเพื่อขอรับสิทธิ์เงินทดแทนกรณีว่างงาน ที่สำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขาทั่วประเทศ
(ยกเว้น สำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข) โดยแนบหลักฐาน ดังนี้ 
• แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7)
• หนังสือรับรองการออกจากงานหรือสำเนาแบบแจ้งการลาออกจากงานของผู้ประกันตน (สปส. 6-09) 
• หนังสือหรือคำสั่งของนายจ้างให้ออกจากงาน (ถ้ามี)
• หนังสือรับรองการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย กรณีผู้ประกันตนว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย
• สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขบัญชีของผู้ประกันตน ผ่าน 11 ธนาคาร
ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, กรุงศรีอยุธยา, กรุงเทพ, ไทยพาณิชย์, กสิกรไทย, ทหารไทย, ธนชาต, ซีไอเอ็มบีไทย, อิสลามแห่งประเทศไทย, ออมสิน และ ธ.ก.ส.
 
3. รายงานตัวทุกเดือนกับสำนักงานจัดหางาน
เราต้องรายงานตัวอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อรับเงินว่างงาน ผ่านเว็บไซต์สำนักจัดหางาน empui.doe.go.th
ตามกำหนดเวลาในแต่ละเดือน แจ้งล่วงหน้าได้ 7 วันก่อนถึงกำหนด โดยเงินที่ได้รับแต่ละเดือนจะโอนเข้าบัญชีที่เรายื่นเรื่องไว้

ลาออกจากงาน ประกันสังคมจ่ายเงินชดเชยเท่าไร ?
 กรณีลาออกจากงานเอง โดยสมัครใจ ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนว่างงานไม่เกินปีละ 90 วัน ในอัตรา 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย
(คิดจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำ 1,650 บาท/เดือน และฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท/เดือน) เช่น 
          - เงินเดือน 10,000 บาท จะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงาน เดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน
          - เงินเดือน 20,000 บาท จะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงาน เดือนละ 4,500 บาท (คิดจากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน
 แต่ถ้าเป็นกรณีถูกเลิกจ้าง ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนไม่เกินปีละ 180 วัน ในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เช่น 
          - เงินเดือน 10,000 บาท จะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงาน เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน
          - เงินเดือน 20,000 บาท จะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงาน เดือนละ 7,500 บาท (คิดจากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน
 ทั้งนี้ คนที่มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือจากประกันสังคม ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงาน และว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป ที่สำคัญคือต้องไม่ถูกเลิกจ้างด้วยสาเหตุ ดังต่อไปนี้ 
          - ทุจริตต่อหน้าที่ หรือทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
          - จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
          - ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง
          - ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร
          - ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
          - ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา
          - ต้องไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
 
ลาออกแล้ว สิทธิประกันสังคม จะเป็นอย่างไร 
แม้จะลาออกจากงานประจำและไม่ได้ส่งเงินสมทบแล้ว ผู้ประกันตนจะยังสามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่างๆ ทั้งกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิตได้เหมือนเดิมต่ออีก 6 เดือน หลังจากลาออก ทว่าหากพ้น 6 เดือน เรายังไม่ได้เริ่มทำงานกับบริษัทใหม่ หรือได้เปลี่ยนไปทำอาชีพอิสระแล้ว ก็จะทำให้สิทธิการเป็นผู้ประกัน มาตรา 33 หมดลง ทำให้เราต้องตัดสินใจใน 2 ทางเลือก ดังนี้ 

1. สมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 
หากยังอยากอยู่ในระบบประกันสังคมต่อไป สามารถย้ายมาเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 แทนได้ แต่ต้องเคยส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และยื่นคำขอผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ลาออกจากงาน โดยผู้ประกันตน มาตรา 39 จะต้องส่งเงินเข้ากองทุน 432 บาท/เดือน โดยรัฐบาลจะช่วยสมทบอีก 120 บาท/เดือน ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี  คือ กรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ
 
 2. ออกจากประกันสังคมไปเลย
หากเราไม่ทำอะไรต่อจากนี้ สิทธิประกันสังคมกรณีเจ็บป่วยและว่างงาน ก็จะขาดโดยอัตโนมัติ หากเจ็บป่วยอะไรขึ้นมา ก็จะต้องใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทองแทน ส่วนเงินชราภาพที่มีอยู่ จะได้รับก็ต่อเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ซึ่งต้องทำเรื่องภายใน 1 ปี หลังเกษียณ ห้ามเกินแม้แต่วันเดียว สำหรับเงินที่ได้จะแบ่งเป็น 2 แบบตามระยะเวลาที่ส่งสมทบ คือ
 - จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 15 ปี จะได้รับเงินบำเหน็จ 
- จ่ายเงินสมทบมากกว่า 15 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือน
อย่างไรก็ตาม หากเรากลับมาทำงานประจำใหม่ สิทธิประกันสังคมมาตรา 33 จะกลับมาได้อีกครั้ง โดยนายจ้างจะเป็นผู้ยื่นเรื่องดำเนินการกับประกันสังคมเอง ซึ่งเงินบำเหน็จ-บำนาญชราภาพของเดิมจะยังคงอยู่และสะสมเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ ส่วนสิทธิประโยชน์อื่นๆ ให้เริ่มนับหนึ่งใหม่  

          ทั้งหมดนี้ก็เป็นสิทธิประกันสังคมที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรรู้ และทำความเข้าใจ โดยหากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม โทร. 1506
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://money.kapook.com/view207623.html
http://salaryinvestor.com/guide/life/freelance-social-benefit/
View1.4K
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย