ครึ่งปีแล้ว ลองเช็คตัวเองสักนิด คุณแค่หมดใจ หรือ หมดไฟในการทำงาน ?

ครึ่งปีแล้ว ลองเช็คตัวเองสักนิด คุณแค่หมดใจ หรือ หมดไฟในการทำงาน ?

17 กรกฎาคม 2562
มีใครเคยนึกย้อนไปถึงครั้งแรกที่เริ่มทำงานด้วยความไฟแรงกันบ้างไหมคะ หรือตั้งแต่หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา เรามีอะไรเปลี่ยนไปหรือเปล่า ก่อนหน้านี้เจ้านายสั่งอะไรทำได้หมด ทำโอทีกี่ชั่วโมงก็สู้ตาย วันหยุดก็หอบงานกลับมาทำ แต่ผ่านไปไม่เท่าไหร่ ความฟิต ความไฟแรงลดลงเรื่อยๆ เริ่มเบื่อ ไม่อยากไปทำงาน ว่าแต่จะใช่อาการยอดฮิตที่เรียกกันว่า Burnout Syndrome ที่อยู่ในสภาวะหมดไฟจากการทำงานหรือเปล่า เช็คด้านล่างด่วนๆ

ทำความรู้จักสภาวะหมดไฟ โรคที่ไม่ควรมองข้าม
Burnout คือ สภาวะเหน็ดเหนื่อยจากความเครียดและความกดดันในการทำงานที่สะสมมาเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ถูกจัดให้เป็นโรคทางการแพทย์จากองค์การอนามัยโลก WHO โดยลักษณะของอาการ Burnout ที่ถูกระบุไว้มีดังนี้
1. มีความรู้สึกเหนื่อยแทบหมดแรง ราวกับว่าพลังงานในการทำงานหมดลงเรื่อยๆ
2. เริ่มคิดลบกับงานที่ทำอยู่ รู้สึกว่างานที่รับมอบหมายทำได้ไม่ถนัด จนทำให้รู้สึกไม่อยากทำงาน
3. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เช่น ทำงานผิดบ่อยๆ สมาธิในการจดจำลดลง ลาป่วยบ่อยแต่ความจริงเพียงแค่อยากอยู่เฉยๆ และเริ่มรู้สึกไม่อยากพัฒนาตัวเองในสายงานที่ทำอยู่
ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการทำงานที่สะสมมาอย่างยาวนานโดยไม่ได้รับการดูแลตนเองที่ถูกต้อง ในบางรายอาจจะมีสภาวะอื่นร่วมด้วยที่ไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียว จนมีอาการคล้ายกับการเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้ผู้เป็น Burnout จะมีความวิตกกังวลมากเป็นพิเศษ เพราะมีความเสี่ยงจะเป็นโรคนี้สูง

สาเหตุของความเสี่ยงที่จะทำให้คุณเป็น Burnout
มีหลากหลายสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณตกอยู่ในภาวะ Burnout คือ คุณจะเริ่มมีอาการเมื่อยล้า ทำงานช้าลง งานที่ได้รับมอบหมายสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจ ทำให้บ่นเรื่องงานบ่อยๆ ไม่กระตือรือร้นที่จะทำงาน  ไม่มีชีวิตชีวา จนรู้สึกท้อแท้กับงานที่ทำ ถึงจะทำงานสำเร็จแต่ก็ไม่พอใจในผลงานของตนเอง อาจจะกระทบถึงอารมณ์ที่ทำให้กลายเป็นคนหงุดหงิด สีหน้าบึ้งตึง พูดคุยกับคนรอบข้างและครอบครัวน้อยลง โดยปัญหาที่ตามมาคือประสิทธิภาพในการทำงานค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ แม้ว่าจะรู้สึกทุกวันว่ามีอาการเหล่านี้แต่ก็ยังพยายามจะผลักดันให้ตัวเองมาทำงาน แต่ก็กลายเป็นปัญหาในทุกๆ วัน บางครั้งจะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย หรือนอนไม่ค่อยหลับเพราคิดแต่เรื่องงานจากความกดดันข้างต้น

มาเปลี่ยนตัวเองให้ห่างไกลจากสภาวะ Burnout จุดไฟในตัวเองอีกครั้ง
ถ้าใครที่คอยสังเกตตัวเองว่ากำลังตกอยู่ในสภาวะหมดไฟ หรือมีคนรอบข้างทัก ให้รีบปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตโดยด่วนเพื่อไม่ให้ตัวเองมีสุขภาพร่างกายที่แย่ไปกว่าเดิม เพราะวิธีการรีเฟรชร่างกายให้ห่างไกล Burnout นั้นง่ายนิดเดียวจริงๆ ค่ะ
1. ปรับสมดุลการทำงานให้พอดี การทำงานในแต่ละวันอาจจะมีงานที่คุณต้องรับผิดชอบ มากบ้างน้อยบ้างตามวาระโอกาสที่หัวหน้างานเห็นสมควร แต่ถ้างานที่ได้รับทำให้คุณรู้สึกกังวลและกดดันตัวเองมากเกินไป ให้รีบปรึกษากับหัวหน้างานว่าคุณรู้สึกอย่างไร เพื่อจะได้หาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน อย่าพยายามเก็บเงียบคนเดียว แล้วพยายามทำออกมาเพื่อเอาใจหัวหน้าเท่านั้น หรืออย่าเอาเวลางานเบียดเบียดชีวิตส่วนตัวมากเกินไป จนตัวเองได้รับผลกระทบโดยตรง คือสภาพจิตใจแย่ลงและจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในที่สุด

2. สังเกตตัวเองให้บ่อยขึ้น ว่าคุณยังมี Passion กับงานที่กำลังทำอยู่หรือไม่ คุณมาสาย ขาดงาน ลางานโดยใช้สาเหตุของการปวดท้อง ปวดหัวมาเป็นข้ออ้างบ่อยๆ หรือเปล่า เริ่มไม่รับผิดชอบงานเป็นของตัวเองหรือเปล่า ถ้ารู้ตัวแล้วว่ามีอาการเหล่านี้ให้รีบกำจัดทิ้งเสียโดยด่วน อาจจะใช้วันลาพักร้อนให้เป็นประโยชน์ เช่น เมื่อรู้แล้วว่าเริ่มหมดไฟ ให้รีบเช็ควันลาพักร้อน วางแผนเที่ยวในวันหยุดยาวก็ได้ ออกไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่จะทำให้คุณกลับมาร่าเริงสดใส หรือไปชาร์จพลังให้เต็มที่ก่อนกลับมาทำงานต่อ

3. สุขภาพต้องดูแลทุกวัน
เมื่อรู้ก่อนว่าในแต่ละวันงานที่ได้รับมอบหมายมีอะไรบ้าง ให้คุณลองจัดตารางการทำงานให้ดี โดยเวลางาน 8 - 9 ชั่วโมงคุณสามารถทำงานที่รักได้เต็มที่ แต่ช่วงเวลาเช้าหรือหลังเลิกงานลองให้เวลากับตัวเองสักหน่อย เช่น การลุกขึ้นมาออกกำลังกายให้ร่างกายได้เกิดความกระปรี้กระเปร่าเสียบ้าง เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และบำรุงสุขภาพหรืออาจะหาวิตามินบำรุงเสริมในด้านที่ต้องการเข้ามาช่วยก็ได้ รวมถึงการนอนหลับอย่างมีคุณภาพในทุกๆ วัน ประมาณ 7 - 9 ชั่วโมง และที่สำคัญลดการใช้โซเชียลมีเดียให้น้อยลงที่สุด

จริงๆ แล้วสภาวะหมดไฟจากการทำงานสามารถหายได้ถ้าเรารู้จักตัวเองให้มากพอ บางครั้งเกิดความเหนื่อยล้าเพียงแค่คุณพักผ่อนหรือออกไปท่องเที่ยว ก็สามารถทำให้คุณกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้แล้วค่ะ เพราะไม่ใช่ว่าการทำงานจะทำให้คุณเป็น Burnout Syndrome กันได้ทุกคน อยากให้คุณเริ่มจากสังเกตตัวเองให้เป็นนะคะ “เทสโก้ โลตัส” ขอให้คุณมีความสุขกับการทำงานและการใช้ชีวิตค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.pobpad.com/
https://www.facebook.com/watch/?v=941163919382431
https://th.jobsdb.com/
View439
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย