จัดการ ภาษีสังคม อย่างไร ไม่ให้เข้าเนื้อแถมมีเงินเหลือเก็บ

จัดการ ภาษีสังคม อย่างไร ไม่ให้เข้าเนื้อแถมมีเงินเหลือเก็บ

22 กรกฎาคม 2562
แค่ได้ยินคำว่าภาษีก็แทบจะปาดเหงื่อกันเสียแล้ว ยิ่งเจอคำว่า “ภาษีสังคม” บางคนดูเหมือนจะหนักใจขึ้นอีกหลายเท่า เพราะเงินเดือนที่ได้ทุกเดือนต้องหมดไปกับภาษีสังคมที่ว่านี้ไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ แต่รู้ไหมภาษีสังคมที่ว่านี้ สามารถบริหารจัดการได้สบายๆ แค่เพียงทำตามคำแนะนำด้านล่างเลย

ภาษีสังคม จำเป็นกับชีวิตจริงหรือไม่
ภาษีสังคม ของแต่ละคนมาในรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีญาติสนิทมิตรสหายมากน้อยแค่ไหนในแต่ละเดือน หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า รายจ่ายเกินจำเป็น นอกเหนือจากรายจ่ายที่เราต้องแบ่งไว้ทุกๆ เดือนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องบอกว่าภาษีสังคมมันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ค่อนข้างยากมาก

ตัวอย่างของภาษีสังคมที่คุณต้องจ่ายเป็นประจำ หรืออาจจะจ่ายบ่อยๆ จนลืมไปว่านี่ก็คือภาษีสังคม ไม่ว่าจะเป็นการสังสรรค์กับเพื่อนที่ออฟฟิศทุกสัปดาห์ งานแต่ง งานบวช งานศพ งานรับปริญญา งานบุญต่างๆ งานวันเกิด และสารพัดงานช่วยอื่นๆ อีก ลองนับตัวเลขในบัญชีเงินเดือนแล้วคิดว่าถ้ามีภาษีสังคมเยอะขาดนี้ทุกเดือน รับไหวจริงๆ หรือเปล่า?

บริหารเงินที่มีให้เป๊ะก่อนจ่ายภาษีสังคม
ภาษีสังคมในมนุษย์เงินเดือนนับว่าเป็นสิ่งที่มาคู่กัน และยังมาพร้อมค่าครองชีพ ค่าใช่จ่ายส่วนตัวต่างๆ ดังนั้น การมีวินัยทางการเงิน จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ คุณควรจะเริ่มคิดถึงตนเองเป็นอันดับแรกเมื่อได้รับเงินเดือนมาแล้ว แบ่งเงินเพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จำเป็นต้องจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียก่อน

ค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือค่าใช้จ่ายหลักที่ว่า เช่น ค่าที่พัก ค่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ เงินเก็บ ค่าประกัน ค่างวดรถ เป็นต้น และต้องไม่ลืมว่า เงินเก็บ ถูกจัดรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายหลักเช่นกัน

และค่าใช้จ่ายที่ให้ความสำคัญรองลงมาที่นิยมแบ่งไว้ มักจะเกิดจากการตั้งเป้าหมายในแต่ละเดือนหรือแต่ละปี เช่น การท่องเที่ยวต่างประเทศ และการช้อปปิ้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง สินค้าไอที ไอเทมใหม่ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายตามอัธยาศัยต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีมนุษย์เงินเดือนไม่น้อยที่แบ่งเงินส่วนนี้ไว้เป็นค่าใช้จ่ายหลักเลยทีเดียว

จัดการภาษีสังคมด้วยวิธีง่ายๆ
เมื่อเรารู้แล้วว่าตัวเลขที่ต้องจ่ายเป๊ะๆ ในแต่ละเดือนนั้นมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จะทำให้เรารับมือกับ ภาษีสังคมได้ง่ายขึ้น และไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนจนต้องไปรูดบัตรเครดิตหรือหยิบยืมจนสร้างหนี้สิน ซึ่งการเป็นหนี้สินจากภาษีสังคมถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งนะคะ ลองนำไปปรับใช้กันได้ดังนี้นะคะ

1.จดบันทึก ควรฝึกบันทึกรายรับ - รายจ่ายตั้งแต่การทำรายจ่ายหลัก จนถึงการบันทึกภาษีสังคมด้วยการตั้งงบไว้เลยว่าในแต่ละเดือน เมื่อหักลบกับค่าใช้จ่ายหลักแล้ว เรามีความสามารถในการจ่ายภาษีสังคมออกไปเท่าไหร่ และในเดือนนั้นๆ จ่ายไปเกินที่กำหนดไว้แล้วหรือยัง ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกินจะกระทบกับค่าใช้จ่ายส่วนไหนหรือไม่ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราบริหารจัดการได้ดีขึ้น

2.ใจใหญ่ หน้าใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้เงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น เพราะมีแต่จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ ความสามารถในการจ่ายภาษีสังคมจึงขึ้นอยู่กับรายรับด้วยเช่นกัน บางคนมีเพื่อนหลากหลายกลุ่ม มีงานสังคมมากมาย จากหน้าที่การงานที่ต้องสร้างความสัมพันธ์ให้มากขึ้น จึงต้องแบ่งเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายทางสังคมเพื่อรักษาระดับความสัมพันธ์ ไม่ให้กระทบกับหน้าที่การงาน ซึ่งก็พอเข้าใจได้ แต่ถ้าใครที่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์เป็นสายป่านให้ยาวไกล แต่กลับมีพฤติกรรมหน้าใหญ่ใจโต พร้อมช่วยทุกงาน ถ้ายังเป็นแบบนี้ต้องระวังเงินในกระเป๋าจะไม่เหลือ หรืออาจจะมีหนี้เพิ่มขึ้นแทนก็ได้นะคะ

3.ปฏิเสธบ้าง แต่ไม่ใช่ทุกงาน การเอาใจทุกคนให้ดี คงเป็นเรื่องน่าปวดหัวที่สุด เพราะเราไม่สามารถทำให้ใครเข้าใจเราได้ โดยเฉพาะเรื่องเงินในบัญชี ก็คงไม่อยากประกาศให้ใครรับรู้ว่าเรามีมากหรือน้อย การตอบหรือปฏิเสธรับคำเชิญก็ควรทำอย่างมีมารยาทเช่นกันค่ะ เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่ชวนเสียน้ำใจค่ะ

เราต้องมีความสามารถในการประเมินหรือตัดสินใจได้เด็ดขาดเองว่า งานไหนที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดหรือควรขอปฏิเสธ โดยจะบอกหรือไม่บอกเหตุผลก็ได้นั่นก็เป็นสิทธิของเรา ส่วนอีกฝ่ายจะเข้าใจหรือไม่ หรือจะใช้คำพูดเพื่อทำให้เราลำบากใจ ก็ต้องใจแข็งเข้าไว้ เพราะจะต้องไม่ลืมจุดประสงค์ในรายจ่ายหลักของเราว่ามีอะไรที่จำเป็นอยู่แล้วให้รับผิดชอบ แต่ไม่แนะนำให้รับปากไปลอยๆ แล้วถึงวันจริงคุณไม่ไปหรือทำไม่ได้อย่างบอกไป อีกฝ่ายอาจจะเสียใจ จนถึงขั้นนำไปนินทาต่อได้ เพราะเขาก็อาจจะคาดหวังไปแล้วตอนที่เรารับปากไว้นั่นเองค่ะ

ดูแล้วเป็นเรื่องน่าหนักใจอยู่ไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ กับ ภาษีสังคม ที่ดูไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่กลับเป็นเรื่องที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราเครียดจนปวดหัวได้ทุกเดือนเลยจริงๆ ค่ะ ถ้าตรงไหนพอจะลดได้ก็ลองทำดูนะคะ หรือถ้าเราคิดว่าภาษีสังคมเราเยอะ ควรจะหารายได้เพิ่มมากกว่าการก่อหนี้โดยไม่รู้ตัวจะดีที่สุดค่ะ 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.moneybuffalo.in.th/ลดหย่อนภาษี/ลดหย่อนภาษีสังคม
https://money.kapook.com/view186282.html
https://wealthmeup.com/6-วิธี-รับมือภาษีสังคม/
View304
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย