มือ เท้า ปาก ไม่อยากให้ลูกโดนต้องทำแบบนี้

มือ เท้า ปาก ไม่อยากให้ลูกโดนต้องทำแบบนี้

22 กรกฎาคม 2562
เพียงแค่ได้ยินชื่อ “โรคมือเท้าปาก” พ่อแม่ก็อดเป็นห่วงลูกไม่ได้ เพราะเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กในวัยไม่เกิน 5 ปี สามารถติดโรคนี้ได้รวดเร็วกว่าวัยอื่นๆ เพราะมีการระบาดอย่างรวดเร็วในโรงเรียน ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็ก ซึ่งโรคมือเท้าปากเกิดขึ้นจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม เอนเตอโรไวรัส (Enterovirus) จะติดมากับการไอ การจาม มือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูกและน้ำลาย เป็นต้น โดยโรคนี้จะระบาดหนักในช่วงเริ่มเข้าฤดูฝน ถ้าเริ่มสงสัยว่าลูกของเรากำลังเป็นโรคมือเท้าปากอยู่หรือเปล่า รีบเช็คด่วนค่ะ!

สังเกตอาการของโรคมือเท้าปากกับลูกอย่างใกล้ชิด
ให้เริ่มสังเกตว่าลูกมีไข้ต่ำๆ หรือไม่ จากนั้นดูว่าขณะที่กินข้าวหรือดื่มน้ำลูกบ่นเจ็บปากหรือแสดงอาการอย่างไร ถ้ามีให้รีบดูว่ามีแผลร้อนในบริเวณรอบปาก เหงือก เพดานปาก ลิ้น ด้านหลังของคอหอย กระพุงแก้มหรือไม่

รวมถึงให้สังเกตที่มือ ฝ่าเท้า และก้น ว่ามีผื่นสีแดงหรือตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นบ้างไหม แต่ไม่ต้องตกใจนะคะ เพราะอาการเหล่านี้จะหายไปใน 7 - 10 วัน แต่ระหว่างนี้ถ้าลูกมีอาการซึม กินไม่ได้ช่วง 2 - 3 วัน ลูกยังอยู่ในอาการปกตินะคะ เพราะจากนั้นอาการจะดีขึ้นเองค่ะ

แต่ถ้าระหว่างที่ลูกเป็นโรคมือเท้าปาก แล้วมีอาการอื่นๆ แทรกซ้อน เช่น ไข้ขึ้นสูง หอบ ชีพจรเต้นเร็ว อาเจียน มือเท้าซีด อย่านิ่งนอนใจค่ะ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยทันที เพราะมีความเสี่ยงจะติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่รุนแรงได้ค่ะ และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้มากกว่าสายพันธุ์ปกติ

โรคมือเท้าปากรักษาได้หรือไม่
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโรคมือเท้าปากยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะนะคะ จึงทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการ คือเมื่อลูกมีไข้ต่ำๆ ให้เริ่มเช็ดตัวพร้อมกินยาลดไข้ เพื่อให้อุณภูมิร่างกายค่อยๆ ลดลง อีกทั้งยังช่วยลดอาการเจ็บแผลในปากได้ด้วยค่ะ ซึ่งการให้ยาลูกทุกครั้งต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยาอย่างเคร่งครัดนะคะ รวมถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่ต้องไม่หนามากเพื่อให้ลูกรู้สึกสบายตัว และควรให้ลูกอยู่ในอากาศที่ปลอดโปร่ง มีลมถ่ายเทสะดวก และเปิดพัดลมหรือหน้าต่างก็เพียงพอแล้วค่ะ

นอกจากนี้เรื่องของอาหารการกินก็สำคัญนะคะ เพราะในขณะที่มีแผลอยู่ในปากหรือบริเวณรอบๆ จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดในขณะที่กินได้ ดังนั้นควรเน้นที่อาหารอ่อนๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเคี้ยวและการกลืน เช่น ข้าวต้ม ซุป แต่ต้องไม่ร้อนจนเกินไป และควรให้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำค่ะ ส่วนขนมหวานถ้าลูกร้องขอให้เปลี่ยนมาเป็นไอศกรีมหรือนมเย็นๆ ก็ได้นะคะ เพราะสามารถช่วยลดอาการเจ็บแผลได้ และลูกอาจจะกินข้าวได้มากขึ้นด้วยค่ะ

ป้องกันอย่างไรให้ลูกห่างไกลโรคมือเท้าปาก
จริงๆ แล้ว โรคมือเท้าปาก สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก แม้ว่าร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากเชื้อไวรัสของโรคมือเท้าปากมีหลากหลายสายพันธุ์จึงทำให้ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด โดยเบื้องต้นสามารถป้องกันได้ทันที เมื่อรู้ว่าลูกกำลังป่วยอยู่ ควรให้หยุดเรียนทันทีอย่างน้อย 7 วัน หรือจนกว่าแผลจะหายดี เพื่อลดการแพร่เชื้อให้กับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน หรือปรึกษาแพทย์ก่อนว่าลูกสามารถกลับไปเรียนได้ตามปกติหรือไม่

อีกทั้งพ่อแม่ควรฝึกวินัยให้ลูกด้วยว่าไม่ควรใช้มือที่เลอะเทอะจากการเล่น หยิบจับสิ่งต่าง หรือใช้มือเช็ดน้ำมูกแล้วมาเช็ดหน้า ขยี้ตา หรือหยิบอาหารเข้าปาก ควรสอนให้ลูกล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่เป็นประจำ และสอนให้ลูกเข้าใจว่าถ้าพบเจอผู้ที่มีอาการหวัด ไอ จาม ลูกควรดูแลปกป้องตัวเองไม่ให้ใกล้ชิดหรือไปสัมผัสร่างกายผู้อื่น เช่น ไม่ให้ใช้แก้วน้ำ ช้อนส้อม จาน ชาม ร่วมกัน หรือของเล่นร่วมกัน เป็นต้นค่ะ
 
คลายความกังวลใจของพ่อแม่ลงไปได้บ้างหรือยังคะ จริงๆ แล้วถ้าหมั่นสังเกตหรือใส่ใจสุขภาพของลูกอยู่เป็นประจาอาการมือเท้าปากของลูกก็อาจจะไม่รุนแรงอย่างที่คิด เพราะสามารถใช้ยาสามัญตามที่เภสัชกรแนะนำ เพื่อรักษาอาการเบื้องต้นได้ แต่ถ้าลูกมีอาการรุนแรงต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.pobpad.com/โรคมือเท้าปากในเด็ก-รับ
https://th.theasianparent.com/โรคมือเท้าปาก
https://th.theasianparent.com/5-ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคมือเท้าปาก
View1.7K
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย