บริหารจัดการเงินหลังแต่งงานยังไง ให้ชีวิตคู่แฮปปี้ ไม่มีสะดุด

บริหารจัดการเงินหลังแต่งงานยังไง ให้ชีวิตคู่แฮปปี้ ไม่มีสะดุด

11 ตุลาคม 2562
พอเริ่มเข้าสู่ช่วงการใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงานเพื่อสร้างครอบครัว การบริหารจัดการเงินหลังแต่งงานถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่จะมีวิธีการอย่างไรให้การใช้ชีวิตคู่ราบรื่น ไม่ต้องสะดุดกับปัญหาเรื่องการเงิน วันนี้เรามีทางเลือกมาฝาก หากคู่ของคุณยังไม่มีแผนไว้ในใจล่ะก็ ลองมาดู 4 วิธีการบริหารเงินให้แฮปปี้ไม่มีสะดุดไปพร้อมๆ กันเลย
วิธีที่ 1 ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง หารคนละครึ่ง
ข้อดีของวิธีนี้คือ ได้ความสบายใจของทั้งสองฝ่าย สะดวกในการใช้จ่ายส่วนตัว แต่การหารทุกอย่างกันคนละครึ่งก็มีข้อควรระวังคือ หากต้องซื้อของใช้ชิ้นใหญ่เข้าบ้าน ต้องตัดสินใจร่วมกันให้ดี และต้องมีความเห็นตรงกันทั้งคู่ ซึ่งอาจจะต้องมีการทำข้อตกลงกันตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง

วิธีที่ 2 เงินเธอก็เหมือนเงินฉัน แต่งแล้วกระเป๋าเดียวกัน  ใช้เงินกองกลาง
สำหรับข้อดีของวิธีที่ 2 คือ สะดวกในการชำระ และบริหารค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมดภายในบ้าน แต่วิธีนี้อาจจะเกิดปัญหาหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเหตุต้องเบิกเงินจากกองกลางเพื่อใช้จ่ายส่วนตัว ดังนั้นควรตกลงกันไว้ก่อนจะดีกว่า

วิธีที่ 3 ใครมีมากจ่ายมาก ใครมีน้อยจ่ายน้อย ตามสัดส่วนรายได้
ข้อดีของวิธีนี้ คือ เหมาะสำหรับครอบครัวที่สามี และภรรยามีรายได้ต่างกันมาก หากต้องมาหารค่าใช้จ่ายเท่ากันทั้งหมด ฝ่ายที่มีรายได้น้อยกว่ามากๆ คงแย่แน่ๆ และวิธีนี้รวมไปถึงครอบครัวที่ภรรยาได้รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน อยู่บ้านเลี้ยงลูก รายจ่ายทั้งหมดนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของคุณสามีไปโดยปริยาย จึงต้องตกลงกันตั้งแต่ต้นให้เข้าใจ และชัดเจน เช่น คนที่มีรายได้มากจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลักๆ อย่างค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเทอมลูก ส่วนฝ่ายที่มีรายได้น้อยกว่า ก็รับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในบ้าน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร

วิธีที่ 4 เข้ากองกลาง 50% มีเงินไว้ใช้ส่วนตัวอีก 50%
ข้อดีของวิธีนี้ คือ ต่างคนต่างแบ่งเงินรายได้ครึ่งหนึ่งเข้าบัญชีกองกลาง และยังเหลือเงินรายได้อีกครึ่งหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ทำให้ต่างฝ่ายต่างมีพื้นที่ส่วนตัวที่จะใช้เงินที่ตัวเองหามาได้ ถือเป็นวิธีการบริหารเงินในฝันของหลายๆ บ้าน เพราะเป็นกลาง และยืดหยุ่นที่สุดแล้ว แถมชีวิตคู่แฮปปี้ มีเงินเก็บที่เหลือจากเงินกองกลางไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้อีกด้วย

ชีวิตคู่หลังแต่งงานอาจจะต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปกันสักหน่อย เชื่อว่าแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัวมีเหตุผล และความจำเป็นในการบริหารเงินแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหนก็จะต้องร่วมกันวางแผนให้ดี ปรึกษาหาข้อตกลงกันให้ชัดเจน ที่สำคัญต้องมีความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายตามความเหมาะสม และควรเก็บเงินฉุกเฉินไว้สำหรับอนาคต ที่เราไม่สามารถระบุได้เลยว่าจะเกิดอะไรที่ทำให้ชีวิตคู่สะดุดบ้าง และหากการเงินลงตัวแล้ว ควรบริหารเงินเก็บนั้นให้ต่อยอดตามสมควร เพื่อให้การเงินของครอบครัวลื่นไหลไม่มีสะดุด และที่สำคัญไม่นำไปสู่ปัญหาครอบครัวที่เกิดจากการบริหารเงินไม่ลงตัว เพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ชีวิตคู่ยืนยาว

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://today.line.me/th/pc/article/
https://www.krungsri.com/bank/th/plearn-plearn/marriage-money-planning.html
View653
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย