7 เคล็ดลับถนอมอาหารสุดเจ๋ง

7 เคล็ดลับถนอมอาหารสุดเจ๋ง

20 กันยายน 2560
หากใครมีอาหาร ของสด ของแห้งอยู่เต็มไปหมดจนรับประทานกันแทบไม่ทัน เรามาลองหา วิธีถนอมอาหาร กันสักหน่อยดีกว่า  มาดูกันว่าเคล็ดลับไหนที่น่านำกลับไปลองทำที่บ้านกันบ้าง


“ตากแห้ง” วิธีง่าย ๆ ใช้แดดยามบ่ายให้เป็นประโยชน์
เป็นวิธีที่ง่าย ประหยัด และเหมาะกับอากาศบ้านเราแบบสุด ๆ การตากแห้งเป็นการไล่ความชื้นออกจากอาหาร เพื่อไม่ให้จุลินทรีย์เติบโต อาหารไม่บูดเน่า ซึ่งวิธีตากแห้งสามารถใช้ได้กับอาหารหลายแบบ ทั้งเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ซึ่งวิธีการตากแห้งของอาหารแต่ละชนิดก็จะแตกต่างกัน
  • การตากแห้งอาหารประเภทเนื้อสัตว์   จะต้องนำผ่านขั้นตอนการหมักเกลือ หรือลวกด้วยน้ำเกลือก่อนจะนำไปตากแห้ง เพื่อป้องกันการบูดเน่า และเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร
  • การตากแห้งผัก  การนำผักไปตากแห้งอาจจะไม่ได้นิยมมากนักในบ้านเรา แต่ในประเทศญี่ปุ่นกลับนิยมใช้วิธีนี้กันมากค่ะ เนื่องจากเป็นการเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารและทำให้รสชาติอร่อยมากขึ้น เพราะเมื่อน้ำภายในผักระเหยออกแล้ว ก็จะทำให้ผักมีความหวานมากขึ้นและยืดอายุการเก็บรักษา  โดยนำผักไปล้างให้สะอาด ใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำออกให้แห้ง หั่นผักแบบไหนก็ได้ตามต้องการ แล้วนำไปตากในพื้นที่ที่โดนแสงแดดพอดี มีลมพัดนิดหน่อย ตากประมาณ 1-2 วัน ผักก็จะแห้งได้ที่ นำมารับประทานได้
  • การตากแห้งผลไม้ ทำได้ง่ายมาก ๆ เพียงปอกเปลือก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปตากแห้งตามปกติ


“ดอง”เก็บไว้ ได้รสใหม่ อร่อยได้นาน
การดองเป็นการใช้จุลินทรีย์บางชนิดที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์  โดยจุลินทรีย์นั้นจะสร้างสารบางอย่างขึ้นมาในอาหาร ที่สามารถยับยั้งจุลินทรีย์ตัวอื่น ๆ ได้ค่ะ จึงทำให้เป็นวิธีที่เก็บรักษาอาหารได้นาน อีกทั้งยังช่วยสร้างกลิ่นและรสชาติของอาหารให้แปลกออกไปอีกด้วย ซึ่งวิธีการดองมีหลายรูปแบบ
  • การดองเปรี้ยว เป็นวิธีการนำเอาอาหารมาเคล้ากับเกลือ โดยผสมน้ำเกลือกับน้ำส้มแล้วต้มให้เดือด จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาเทราดลงบนอาหารที่จัดใส่ไว้ในภาชนะ ให้ท่วมอาหาร ปิดฝาภาชนะป้องกันลมเข้า หมักทิ้งไว้ 4-7 วัน ก็สามารถรับประทานได้
  • การดองหวาน นิยมใช้กับผลไม้ โดยต้มน้ำตาล น้ำส้มสายชู เกลือ ให้ออกรสหวานนำ เมื่อต้มจนดือดแล้ว ทิ้งไว้ให้เย็นค่อยนำมาราดให้ท่วมผลไม้ ปิดฝาภาชนะ 2-3 วัน ก็สามารถนำมารับประทานได้
  • การดองเค็ม ส่วนใหญ่จะใช้กับเนื้อสัตว์ ซึ่งวิธีการคือต้มน้ำส้มสายชูและเกลือให้ออกรสเค็มจัดเล็กน้อย ต้มจนเดือดแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ค่อยกรองใส่ภาชนะ ปิดฝา หมักทิ้งไว้ 4-9 เดือน จึงค่อยนำมารับประทาน
 

หวาน ๆ ทานง่าย ต้องใช้วิธี “เชื่อม”
การเชื่อม เป็นวิธีการถนอมอาหารโดยใช้น้ำตาลเป็นตัวป้องกันไม่ให้อาหารนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเน่าเสีย ซึ่งการเชื่อมก็มี 3 วิธีที่สามารถทำได้ค่ะ
  • การเชื่อมแบบธรรมดา ทำได้ง่าย ๆ เพียงเคี่ยวผลไม้กับน้ำตาลจนข้นเหนียว เพื่อให้น้ำเชื่อแทรกซึมลงไปในเนื้อผลไม้ค่ะ
  • การแช่อิ่ม   เป็นการถนอมอาหารที่ใช้น้ำตาลในปริมาณมาก ซึ่งมักจะใช้กับผลไม้ที่มีรสขม รสฝาด หรือเปรี้ยวจัด  โดยส่วนใหญ่จะนำผลไม้เหล่านั้นไปแช่น้ำเกลือ หรือน้ำปูน ให้มีรสจืดลงก่อน แล้วค่อยนำไปแช่ในน้ำเชื่อม พอวันรุ่งขึ้น ค่อยรินน้ำเชื่อมออกจากโหล ใส่น้ำตาลเพิ่มอีก 10% แล้วค่อยนำไปเทใส่โหลที่แช่ผลไม้อีกรอบ ทำซ้ำ ๆ แบบนี้ประมาณ 6-7 วัน  เมื่อผลไม้อิ่มตัวแล้วค่อยนำไปผึ่งหรืออบแห้ง
  • การฉาบ คือการนำผักหรือผลไม้ที่สุกแล้ว เช่น กล้วยทอด เผือกทอด มันทอด ฯลฯ ไปคลุกเคล้ากับน้ำเชื่อมแก่จัดจากนั้นเมื่อทิ้งไว้ให้เย็น เพื่อให้น้ำเชื่อมเกาะจนเป็นเกล็ด


ทำ “แยม” แบบง่าย ๆ เก็บไว้ปาดขนมปัง
ใครที่ชอบทานแซนวิชหรือขนมปังในมื้อเช้า ก็ลองทำแยมเก็บเอาไว้นะคะ เพราะวิธีทำแยมนั้นง่ายมาก ๆ เพียงนำผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รี ส้ม ฯลฯ ไปต้มกับน้ำตาลด้วยไฟอ่อน ๆ ในระยะแรก จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มไฟทีละน้อย หมั่นคนให้สม่ำเสมอ จนกระทั่งได้แยมที่เหนียวตามต้องการ แล้วเก็บใส่ขวดโหลมีฝาปิด ก็เป็นอันเสร็จ


“รมควัน” เพิ่มความหอมถนอมอาหารได้อีกนาน
การรมควันแตกต่างไปจากการตากแห้งธรรมดา ตรงที่นอกจากอาหารจะแห้งแล้ว ยังช่วยให้เก็บรักษาได้นาน อาหารมีกลิ่นหอมและเพิ่มรสชาติ โดยการรมควันจะนิยมสุมไฟด้วย ไม้กาบมะพร้าว ซางข้าวโพด หรือขี้เลื่อย จากนั้นนำอาหารไปแขวนไว้เหนือกองไฟ โดยจะใช้ไฟอ่อน ๆ เพื่อรมควันอาหารส่วนไอร้อนก็จะช่วยให้อาหารแห้งเร็วอีกด้วย


แปรรูปเพิ่มรสอร่อยด้วย “วิธีการกวน”
เป็นการที่นำเนื้อผลไม้ที่สุกแล้วมาผสมกับน้ำตาลโดยใช้ความร้อน เพื่อให้ส่วนผสมกลมกลืนกัน  จึงทำให้มีรสชาติหวาน เข้มข้น โดยการกวนจะต่างจากการทำแยมตรงที่ ใช้ปริมาณน้ำตาลมากกว่า อย่างเช่น การกวนผลไม้แบบแห้ง เช่น กล้วยกวน สับปะรดกวน ทุเรียนกวน เป็นต้น


ถนอมอาหารสไตล์แม่บ้านยุคใหม่ต้อง “แช่แข็ง” เอาไว้ก่อน
การถนอมอาหารในยุคปัจจุบัน ต่างก็ต้องพึ่งพาการแช่แข็งกันทั้งนั้นเลยนะคะ โดยเฉพาะการเก็บเนื้อสัตว์ เพราะนี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเก็บรักษาอาหาร ซึ่งการเก็บเนื้อสัตว์ในช่องแช่แข็งควรตัดแบ่งใส่ถุงซิปล็อคไว้ในปริมาณเท่า ๆ กันเพื่อนำมาใช้ทำอาหารได้ง่าย และต้องแยกเนื้อสัตว์แช่ไว้จากอาหารอื่น ๆ ช่องแช่แข็งเพื่อสุขอนามัยที่ดีนะคะ


คุณแม่บ้านที่ต้องการถนอมอาหารรูปแบบไหน ก็อย่าลืมนำไปใช้กันอย่างถูกวิธีและให้เหมาะสมกับอาหารประเภทนั้น ๆ นะคะ นอกจากจะยืดอายุอาหารได้นานขึ้นแล้ว การถนอมอาหารยังช่วยสร้างรสชาติใหม่ ๆ อีกด้วย ใครอยากลองถนอมอาหารด้วยตัวเอง ก็ลองเริ่มจากอาหารสดในครัวกันดูเลยค่ะ หากขาดเหลือวัตถุดิบชนิดใด ก็อย่าลืมมาช้อปกันได้ที่ “เทสโก้โลตัส” สาขาใกล้บ้าน นะคะ
 
View23.6K
บล็อกด้านบนมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?

คัดลอกลิงก์เรียบร้อย